Blossom Stories : Enjoy every minute of life

December 12, 2011

ปรากฏการณ์ Facebook

Filed under: Lifestyle — blossom2219 @ 12:13 pm

ดิฉันได้ยินคำว่า Facebook ครั้งแรกตอนปลายปี 2550 (จำได้ว่า ตอนนั้นยังไม่ค่อยระบาดในหมู่คนไทยมากขนาดนี้ เพราะยังไม่ support ภาษาไทย ) เนื่องจากต้องเข้าอบรมกับเพื่อนวิทยากรหลายประเทศ และเพื่อนชาวอังกฤษคนหนึ่งก็ได้ส่งคำเชิญให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกกับเขาด้วย (สมัยนั้นรู้สึกเราจะเป็นสมาชิกได้จากคำเชิญเท่านั้น) ดิฉันเลยมี facebook account ของตัวเอง ณ บัดนั้น แต่ไม่ค่อยได้เล่นอะไรแบบ active มากมาย เพราะเล่นไม่เป็น เพิ่งเริ่มมาใช้บริการเยอะขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี่เองตอนที่มีรุ่นน้องคนหนึ่งขอให้ย้ายบล็อกที่เคยเขียนมาไว้บนนี้บ้าง เพื่อเธอจะได้อ่านง่ายขึ้น และดิฉันก็รู้สึกว่ามันมีฟังก์ชั่นการใช้งานหลายอย่างที่ตอบสนองความต้องการดิฉันอยู่เหมือนกัน คล้ายกับบล็อกที่เคยมีแต่ใช้ง่ายกว่า รวดเร็วกว่า และคุณภาพการจัดเก็บข้อมูลดีกว่า

 ด้วยความที่ไม่ได้ใช้ชื่อจริง-นามสกุลตาม format ของเฟซบุค ก็เลยไม่ค่อยมีคนรู้ว่าดิฉันเล่น (เฟซบุค) กับเขาด้วย  จะมีแค่คนที่รู้จักตัวตนจริงๆ เท่านั้นเองที่ดิฉันจะยอมเปิดรับให้เข้ามาดูโลกส่วนตัวใบน้อยๆ ของดิฉันได้ ดิฉันไม่เคยอยากมีเพื่อนเยอะมากมายแข่งกับใครๆ  ถ้าเป็นใครที่ไหนที่ไม่รู้จักมาขอเป็นเพื่อนด้วย ดิฉันไม่ค่อยรับ (บางทีขนาดรู้จักก็ยังไม่รับเลย) ตอนแรกจะมีแต่เพื่อนชาวต่างชาติสมัยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนและครอบครัวอุปถัมภ์ในตอนนั้น เพราะพวกเขาพยายามตามหาดิฉันอยู่หลายปีดีดัก เพื่อนที่ทำงานในปัจจุบันนั้นแทบไม่มีเพราะดิฉันแยกโลกส่วนตัวกับเรื่องงานค่อนข้างเด็ดขาด ดิฉันไม่เคยเล่นเกมปลูกผักปลูกหญ้า เลี้ยงปลาเลี้ยงไก่ ทำอาหารอะไรบนนี้ บอกตรงๆ ว่าเสียเวลาและไร้สาระ

ถึงตอนนี้ดิฉันรู้สึกว่า คนไทยหลายคนเสพติดเฟซบุค ไม่แน่ใจว่าด้วยความเหงาหรือเปล่า และ Social Network ก็อัพเกรดตัวเองจากความนิยมที่มันได้รับจนกลายมาเป็นแหล่งข้อมูลและปัจจัยหลักในชีวิตเราไปเสียแล้ว สังเกตุจากพาดหัวข่าวจำนวนมาก โดยเฉพาะข่าวดารานักร้อง หรือแม้แต่นักการเมือง นักวิชาการ ไม่ต้องขอนัดสัมภาษณ์ถ่ายรูปอีกต่อไปแล้ว เข้าไปในหน้าเฟซบุคก็ได้ทุกอย่างที่ต้องการทั้งรูปและคลิป ยังจะพวกที่บีบีหรือ twitter กันอีก เป็นข่าวได้หมดไม่ต้องเสียเวลานั่งเทียนเขียนข่าวหรือออกไปหาข่าว

แทบทุกคนใช้เฟซบุคเป็นเครื่องมือในการระบายออก status หรือ สถานะของคนที่เล่นนั้น เกินครึ่งจะเป็นการให้ข้อมูลที่เรียกร้องความสนใจถึงระดับคร่ำครวญ เช่น “รถติดหน้าพารากอนมา 2 ชั่วโมงแล้ว”, “พรุ่งนี้จะไปเที่ยวเกาหลีค่ะ” บางทีก็มีการสบถหยาบคายตามนิสัยเจ้าของออกมาให้เห็นกันเลย  ดิฉันมองเห็นปมด้อยและความอึดอัดของคนพวกนี้ว่า ไม่มีที่ระบายหรือเปล่า? ทำไมไม่หันไปบอกคนที่เรารัก หรือคนในครอบครัว ทำไมต้องป่าวประกาศให้สังคมรู้กันทั่ว หรือเพราะต้องการให้คนเข้ามาคลิก Like แล้วโพสต์ตอบ? ซึ่งมันมามีความหมายมากกว่าอ้อมกอดอุ่นๆ และถ้อยคำดีๆ ข้างหูตั้งแต่เมื่อไหร่กันนี่

ข้อดีของมันก็มีนะคะสำหรับคนที่ฉลาดใช้ให้มันเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์และทำการตลาด แทบทุกองค์กรน้อยใหญ่มี facebook ไว้ให้ผู้ชื่นชอบมาติดตามความเคลื่อนไหวกันทั้งนั้น นิตยสาร นักเขียนล้วนมีหน้า facebook ของตนไว้ต้อนรับคนอ่านและแฟนานุแฟน นักคิดหลายคนโพสต์แนวคิด แง่คิด มุมมองที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ควรค่าแก่การเผยแพร่ ถ่ายทอดและบอกต่อไป

เทคโนโลยีรุกล้ำเข้ามาในชีวิตประจำวันของเราเร็วมากแบบที่หลายคนคงคิดว่า ถ้าไม่ปรับตัว คงถูกทิ้งไว้หลังเขา ดิฉันประกาศตรงนี้ว่า ขอยอมอยู่หลังเขาค่ะ ไม่ต้องเขาหิมาลัยก็ได้ คนรอบตัวดิฉันมากมายไม่มีเฟซบุคและพวกเขาก็ดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขดี ไม่ได้ต่อต้านนะคะ แต่ดิฉันไม่มีวันยอมแลกการเกาะกุมมือ ไออุ่นของอ้อมกอด และเสียงบอกรัก กับสัญลักษณ์ใดจากใครบนเฟซบุคเป็นอันขาด ถ้าเรายังไม่ตายจากกัน อยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน กรุณามาบอกรักด้วยตัวจริงเสียงจริงเถอะค่ะ เพราะมันมีค่า ตราตรึงใจ ยืนยงกว่าเป็นไหนๆ  ที่สำคัญมันมีตัวตน สัมผัสได้จริงค่ะ ไม่ใช่สิ่งที่ล่องลอยอยู่บนไซเบอร์สเปซของใครก็ไม่รู้

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: