Blossom Stories : Enjoy every minute of life

July 14, 2010

จะเชิญหรือไม่เชิญใครดี?

Filed under: Lifestyle — blossom2219 @ 10:26 pm

สงสัยช่วงนี้เป็นเทศกาลแต่งงานค่ะ ได้รับการ์ดเชิญมา 2-3 ใบ แล้วก็ได้รับข่าวจากคนแถวนี้ด้วยว่าคนนั้นคนนี้จะแต่งงาน พูดเรื่องการแต่งงานนี่ เห็นท่าจะยาวหลายกระทู้ เพราะประเด็นเยอะ เริ่มจากสาเหตุที่แต่งกัน แล้วก็สินสอดทองหมั้นเป็นไง เลี้ยงกันแบบไหน โต๊ะจีน หรือ ค๊อกเทล หรือ บัฟเฟต์ แต่งโรงแรมหรือแต่งสโมสร ถ้าโรงแรม ก็มีเมาท์อีกกว่ากี่ดาว ว่ากันเข้าไป

 

ดิฉันเห็นงานแต่งมาตั้งแต่เล็กจนโต ชอบเห็นผู้คนหน้าตายิ้มแย้ม แต่งตัวสวยงาม ชอบดูเจ้าสาว เจ้าบ่าว แล้วก็กินๆๆๆ ตอนนั้นไปกับพ่อแม่ค่ะ ตอนนี้บางทีก็ฉายเดี่ยวบ้าง เพราะโตแล้ว บางทีคนเชิญ เขาก็ไม่รู้ว่าเรามีครอบครัวหรือยัง เจ้าภาพอาจกำหนดแขกหรือโต๊ะที่นั่งไว้แล้ว ห้ามไปเกิน อะไรแบบนี้ด้วย จำได้ว่าพี่คนหนึ่งที่ทำงานเก่า แจกการ์ดแต่งงานแฟนเรา (ตอนนั้น) แต่บอกว่าให้ไปคนเดียว ห้ามพาเราไปเพราะเขานับหัว อะไรประมาณนี้ ไม่ได้เผื่อเราไว้ ฟังแล้วแอบนึกรังเกียจในความงก ตอนเราแต่งเลยขอไม่เชิญเขาซะเลย 555

 

บางคนก็ร่อนหรือหว่านการ์ดเลย แบบว่าเชิญหมด เพราะอาจจะจัดงานแบบงานวัด เอ๊ย ไม่ใช่ ค็อกเทลหรือบัฟเฟต์ ต้นทุนน้อยหน่อย หรือ อาจจะกลัวไม่มีคนไปงาน ยังไงไม่ทราบได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ดิฉันว่า ถ้าคิดจะจัดทั้งที่ก็ไม่ควรให้ใครเขามาว่าเอาทีหลังได้เนอะ ทุกอย่างมันต้องมีความเหมาะสม และวางแผนกันหน่อย เช่น จะเลี้ยงโต๊ะจีน 40 โต๊ะ แขก 400 ก็ว่ากันไป แบ่งเป็นแขกฝ่ายเจ้าบ่าว ฝ่ายเจ้าสาวอย่างละครึ่ง แบ่งการ์ดกันไปแจก ถ้าต่างรู้จักคนเยอะมากๆๆๆๆๆ ก็เลือกเิชิญเฉพาะญาติโกโหติกาและเพื่อนที่สนิทดีกว่า

 

อย่างจำนวนแขก จำนวนการ์ดที่พิมพ์ ก็ต้องเผื่อไว้เลย ใครมาคู่ใครมาเดี่ยว ที่สำคัญ คือ จะเชิญใคร ไม่เชิญใคร เอาให้เหมาะ แบบว่า To invite or not to invite บางที ในที่ทำงานเดียวกัน แผนกเดียวกัน พี่แกเล่นเชิญคนนี้ แต่ไม่เชิญคนนั้น หรือจะเชิญมันยกแผนก อันนี้ตามอัธยาศัย เมื่อก่อนเคยนึกว่าต้องน้อยใจไหมวะ หรือ ควรรู้สึกเสียหน้าไหมที่อีนี่ไม่ได้เชิญเรา? แต่หลังๆ มา คิดใหม่ ทำใหม่ คิดบวก ร่ำรวยๆๆ เลยบอกตัวเองว่า ดีแล้ว ไม่ต้องเสียตังค์ใส่ซองให้มัน หรือไม่ต้องเสียเวลาไปเลือกของขวัญด้วย ฮา

 

นึกถึงตัวเองว่า ถ้าไม่ใช่คนที่เรา อยาก ให้เขามาร่วมงานจริงๆ ก็ไม่แจกการ์ด ไม่บอกเลยสักคำ แทบจะปิดปากก็ว่าได้ เพราะถือว่า มันเป็นวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งในชีวิต ไม่อยากแจกการ์ดด้วยความจำใจ แล้วคอยมานั่งลุ้นคืนก่อนแต่งงานว่า สาธุ ขออย่าให้อีนั่น ไอ้นี่ มันพากันมาเล้ยย.. แต่ถ้าเกิดเขาพากันมา ถ่ายรูปกันไว้เป็นหลักฐานแล้ว เรามานั่งดูอัลบั้มทีหลัง เห็นหน้าเขาอีก ก็ให้เกิดอาการ รู้งี้ไม่น่าเชิญเลย ดูสิ เหมือนว่าไม่ได้อยากให้เขามาร่วมงานอยู่แล้ว แต่ดันเชิญเพราะความจำใจ อันนี้ไม่ไหว

 

ไม่สนิท ก็ไม่ต้องบอกกันเลยค่ะ ไม่อยากให้เขามา ก็ไม่ต้องแจกการ์ด จบ แต่ถ้าแจกไปแล้ว ก็ควรจะเผื่อไว้ด้วยว่า เขาอาจจะไม่ได้ฉายเดี่ยว แต่อาจจะพาแฟน พี่สาว น้องชาย ไปด้วย นับจำนวนเผื่อไว้เลย ถ้าไม่ได้เจียนขึ้นคาน ก็คงไม่ค่อยมีใครอยากไปงานแต่งงานคนเดียวหรอก เขาต้องมีคู่ควงกันทั้งนั้นแหละ ไปนั่งกิน ยืนกินคนเดียว เขินตาย จริงไหมคะ?

 

นี่แค่เรื่องเชิญแขก ไหนจะเรื่องพิธีการอีก ลำดับขั้นของงาน พิธีกรในงาน ช่างภาพ วงดนตรี ยังไม่นับเรื่องชุดของบ่าว-สาว ของชำร่วย ฯลฯ เผลอๆ ต้องมี theme งานด้วยค่ะ เพื่อนดิฉันคนหนึ่งเคยจัดงานแต่งเก๋ไก๋มาก ให้แขกทุกคนแต่งกายโทนสีส้มหรือแสดมาในงาน หน้างานมีการแจกสายรัดข้อมือสะท้อนแสง ด้วย เอากะมันดิ

 

ว่าแล้ว ดิฉันจะไปหยิบหนังเรื่อง The Wedding Planner มาดูค่ะ เผื่อจะยึดเป็นอาชีพกับเขาได้บ้าง อิอิ

 

 

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: