Blossom Stories : Enjoy every minute of life

July 9, 2010

The Siam Renaissance

Filed under: Movies Comments — blossom2219 @ 11:47 pm

ดิฉันชอบเรื่องการเดินทางข้ามเวลาอย่างมาก หนังหลายเรื่องไต่อันดับคว้าตำแหน่ง Favourite Film ในดวงใจไปได้ก็เป็นเพราะมีแกนเรื่องเกี่ยวกับการข้ามภพข้ามเวลาย้อนยุคนี่แหละ พอเป็นของไทยก็คงต้องยกให้เรื่องทวิภพ ของคุณทมยันตี

 

มีน้องๆ และลูกศิษย์หลายๆ คนชอบงานเขียนของเขามาก เนื้อเรื่องน่าสนใจ แถมการใช้ภาษาก็ละเมียดละไม ไพเราะเพราะพริ้งเกินบรรยาย แฟนนิยายต้องไม่พลาดงานของเขาแน่นอน ส่วนตัวดิฉันเองเคยอ่านอยู่แค่สองเรื่อง คือ คู่กรรมแล้วก็ทวิภพนี่แหละค่ะ ซึ่งสองเรื่องนี้มีการนำมาสร้างเป็นหนังหรือละครนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

 

แต่ที่จะขอพูดถึงนั้นไม่ใช่ทวิภพแท้ๆ หรอกค่ะ แต่เป็นหนังที่ได้แรงบันดาลใจจากตัวละครในเรื่องทวิภพ นั่นก็คือ หนังเรื่อง The Siam Renaissance ซึ่งโดนคำครหารุนแรงมาก ว่าเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องไปมากมาย แหมๆๆ เขาไม่ได้บอกว่าสร้างจากนิยายเรื่องนี้ซะหน่อย แค่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องนี้ ออกจะน่าภูมิใจนะคะ

 

หนังเรื่องนี้ใช้ภาษาฝรั่งเศสเกินครึ่งเรื่อง เพราะให้ตัวละครเอก คือ มณีจันทร์นั้นเป็นนักการฑูต ประจำสถานกงสุลไทยประจำฝรั่งเศสเสียเอง และอ้างถึงบันทึกที่นักประวัติศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่เขียนถึงประเทศไทยเอาไว้ ซึ่งผิดจากในหนังสือนิยายต้นฉบับโดยสิ้นเชิง ดิฉันไม่เคยดูตอนที่ฉัตรชัยและจันทร์จิราแสดง รวมทั้งไม่เคยดูละครที่ศรัญญูและสิเรียม เล่นด้วย แต่ดิฉันชอบหนังเรื่องนี้และประทับใจในตัวมณีจันทร์ ว่าเท่ห์ออก นางเอกสวย เก่ง หน้าไทย

 

ผู้กำกับและคนเขียนบทพยายามนำเสนอเรื่องแบบหนังฝรั่งมาก คือ ใช้ภาพมากกว่าใช้คำพูด ดนตรีประกอบทำได้ดีมาก มีหลายอย่างที่ทำได้ดีจนดูแล้วขนลุกและน้ำตาไหลทีเดียว คำพูดของตัวละครที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 100 ปีก่อนนั้นดูมีเส่นห์ และมีความเป็นไทยอยู่มาก เป็นหนังที่ควรส่งเสริมให้เยาวชนได้ดู ในดูยุคที่ศรัทธาบ้านเมืองกำลังคลอนแคลนแบบนี้แหละค่ะ

 

คุณหลวงและเจ้าพระยากลาโหมบอกว่าอาวุธที่พระเจ้าแผ่นดินเตรียมไว้ให้พวกเราใช้ต่อสู้กับชาติอื่นที่มารุกรานเราก็คือความรู้ ซึ่งมีแสนยานุภาพยิ่งใหญ่กว่าอาวุธทั้งปวง คนไทยต้องมีความรู้ อ่านออกเขียนได้ แล้วนางเอกเราก็ตอบไปว่า ลูกหลานของเราอ่านออกเขียนได้กันหมด แต่อ่านหนังสือปีละ 6 บรรทัด โอ้โห เจ็บปวดไหม? ดิฉันแอบน้ำตาไหล ตอนที่พวกเขาเล่ากันถึงการเสียดินแดนของเราเพื่อรักษาเอกราชของชาติเอาไว้ และตอนที่เจ้าพระยากลาโหมถามว่า เรายังมีพระเจ้าแผ่นดินอยู่ไหม ความรู้สึกรักชาติและจงรักภักดีนั้นถ่ายทอดออกมาได้อย่างทรงพลังมาก น่าภาคภูมิใจ

 

แน่นอนว่าท้ายที่สุด นางเอกเราไม่กลับมายุคปัจจุบันอีก เหมือนในนิยาย แต่ดิฉันว่าหนังทำได้ซึ้งกว่านิยายตรงที่ พยายามนำเสนอให้มณีจันทร์เป็นคนที่ไม่ค่อยมีความสุขในโลกของตัวเอง เพราะพ่อแม่ไม่รัก แต่พอกลับไปที่ยุค 100 ปีก่อน เธอกลับรู้สึกคุ้นเคยและเหมาะกับที่นั่นมากกว่า แม้มันจะปราศจากเทคโนโลยีหรือความก้าวหน้าใดๆ คล้ายๆ Kate & Leopold ไหมคะ?

 

หนังไม่ได้อธิบายถึงรอยต่อของกาลเวลาไว้มากมาย แต่บอกว่ามีโลกสองโลก วิ่งขนานกันและจะมีเวลาที่จะมาบรรจบกัน แล้วประตูแห่งกาลเวลาก็จะเปิดออก และบังเอิญประตูบานนั้นก็เปิดออกในช่วงที่เป็นรอยต่อของประวัติศาสตร์พอดีเลยค่ะ บทประพันธ์ทุกเรื่องของคุณทมยันตีมีเสน่ห์มากตรงที่เธอทำการบ้านมาอย่างดี ศึกษาข้อมูลแน่น จนทำให้ตัวละครและเรื่องราวของเธอน่าทึ่งเสมอ ว่าไหมคะ?

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: