Blossom Stories : Enjoy every minute of life

July 4, 2010

จะคลั่งเทคโนโลยีกันไปถึงไหน (วะ) ?

Filed under: Lifestyle — blossom2219 @ 11:16 pm

ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การติดต่อสื่อสารพัฒนาเร็วมากจนน่าตกใจ บางทีดิฉันนึกอยากให้มีใครหรืออะไรสักอย่างมาหยุดความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเอาไว้บ้าง  โลกอาจจะหมุนช้าลงอีกนิด และเราอาจมีเวลาชื่นชมกับสิ่งรอบตัวโดยไม่ต้องเร่งรีบนัก

 

ดิฉันจำได้ว่าเห็นโทรศัพท์มือถือ (ของคนอื่นนะคะ) ครั้งแรกตอนเรียนมหาวิทยาลัย สมัยนั้นเป็นเครื่องของโมโตโรล่า รูปร่างใหญ่โต เทอะทะ คล้ายกระดูกหมาหรือกระติกน้ำ ก็สุดจะเปรียบเทียบกันไป ตอนนั้นตกราคาเครื่องละหลายหมื่น ไม่เคยคิดว่ามันจะกลายเป็นของใช้ประจำวันขนาดนั้น อะไรมันจะต้องคุยตลอดเลยเหรอ ตอนนั้นดิฉันรักวิทยุติดตามตัวของตัวเองเหลือเกิน กด 1500 เรียกหมายเลข 243401 มีข้อความน่ารักๆ (หรือเนื้อเพลง) ที่ลูกศิษย์ฝากมามากมาย ไม่เห็นต้องใช้โทรศัพท์มือถือ

 

แต่ตอนนี้ เด็กป.1 แทบทุกคน (อย่างน้อยก็ที่โรงเรียนอุ๊ก อุ๊ก) รวมทั้งแม่บ้าน รปภ. กระเป๋ารถเมล์ คุณพ่อคุณแม่ดิฉัน ทุกคนมีโทรศัพท์มือถือกันทั้งนั้น เพื่อนอุ๊กมีโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่ล่าสุดห้อยคอกันทุกคนเลย โทรศัพท์ทุกเครื่องคงมีอินเตอร์เนต ดูหนัง ฟังเพลง ถ่ายรูป ได้ด้วย อุ๊ก อุ๊ก เริ่มรู้จัก Facebook ตามพ่อเขา มีการเล่นเกมส์ เลี้ยงปลา อะไรมากมาย โดยดิฉันเองเป็นแม่ที่คอยเบรกลูก (และขวางโลก) ในเรื่องนี้อยู่เสมอ ยอมถูกคนรอบข้างมองด้วยสายตาประหลาด แต่เราพึ่งเทคโนโลยีหน้าจอมากเกินไปหน่อยไหมคะ?

 

ดิฉันใช้การตรงต่อเวลาหลีกเลี่ยงการซื้อโทรศัพท์ให้ลูก เพราะคิดว่ามันไม่ใช่สิ่งจำเป็น ทุกอย่างต้องสามารถวางแผนล่วงหน้ากันได้ หรือถ้ามันฉุกเฉิน ก็ต้องสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันได้ แบบไม่ต้องพึ่งโทรศัพท์ เช่น หาแม่ไม่เจอ ไปขอยืมโทรศัพท์คุณครูประจำชั้น หรือผู้ปกครองคนที่รู้จัก

 

วันก่อนขึ้นรถไฟฟ้า มีสาวน้อยหน้าแฉล้มขึ้นมาพร้อมกับเครื่องบีบีห้อยคอ เธอไม่สนใจใคร สองมือกดยิกๆๆ สักครู่มีหนุ่มหน้ามนขึ้นมายืนใกล้ๆ พกอุปกรณ์คล้ายกัน เธอหันมามองเขาหลังจากมองจอบีบีเธอ แล้วถามว่า อ้าว นึกว่าใครทักมา ดูเหมือนพวกเขาจะเป็นเพื่อนสนิทกันแน่นอนค่ะ ดิฉันเดาว่าเขาคงใช้อุปกรณ์นี้ทักทายกัน แทนที่จะเอื้อมมือสะกิดแล้วยิ้มให้กัน คุยกันแบบในโลกที่คนที่ยังมีปากเขาทำกัน โห มันยากมากไหมนั่น?? แล้วเธอและเขาก็กดอุปกรณ์คุยกันไปมา หัวเราะกันคิกๆ ราวกับมันง่ายกว่าหันมาคุยกันด้วยภาษาพูด .. เฮ้อ ขอบอกว่า เซ็งค่ะ

 

ว่าแล้วก็เลยต้องบอกลูกสาวว่า ไอ้ที่อยากปลูกผัก เลี้ยงปลา ทำขนมอะไรบน Facebook นั้น น้อยๆ หน่อย มันก็แค่โลกไซเบอร์จอมปลอมที่ทำให้เสียสายตาเร็วกว่าเดิม ปลูกผัก เลี้ยงปลาจริงๆ ในสวนลุมนั้น ยุ่งยากน้อยกว่านี้เยอะ ไม่เสียสายตา ไม่ปวดไหล่ ได้เห็นปลาตัวจริง ได้กลิ่นไอดิน กลิ่นขี้หมา กรุณาใช้คอมพิวเตอร์ในการเก็บข้อมูล (อยากที่แม่ใช้แปลงาน) ก็เกินพอ อย่าให้มันมาแทรกแซงกิจกรรมในชีวิตประจำวันเรามากไปกว่านี้เลยค่ะ

 

เหมือนที่โน้ต อุดม บอกไว้ในเดี่ยว 8 ตอนหนึ่งว่า คนสมัยนี้เจอกันง่าย คุยกันง่าย รักกันง่าย แล้วก็เลิกันง่าย นึกถึงสมัยพ่อแม่ และสมัยตัวเองเป็นวัยรุ่นจังค่ะ ตอนนั้นไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีมือถือ facebook hi5 MSN ไม่มีสักอย่าง แต่หนุ่มที่แอบปิ๊งเรา มาเทียวรับส่ง เฝ้ารอที่ป้ายรถเมล์โดยไม่รู้ว่าเราจะโผล่มากี่โมง ปิดเทอมก็ส่งจดหมายติดแสตมป์มา พึ่งบุรุษไปรษณีย์ โรแมนติกและคลาสิค ไม่รู้คลายค่ะ

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: