Blossom Stories : Enjoy every minute of life

April 18, 2009

เด็กๆ สมัยนี้ฉลาดขึ้นจริงๆ เหรอ?

Filed under: Lifestyle — blossom2219 @ 11:35 pm

เป็นคำถามที่ใครหลายคนคงพยักหน้าตอบรับอย่างแทบไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยจริงไหมคะ ไม่ว่าท่านจะเป็นเคยพ่อแม่คนหรือไม่ก็ตาม ยิ่งถ้าเป็นพ่อแม่คนด้วยแล้ว คงต้องรีบตอบว่าลูกเราฉลาดอย่างโง้นอย่างงี้ โดยส่วนตัวแล้วดิฉันคงตอบว่าแค่ส่วนหนึ่งค่ะ ไม่ใช่ทั้งหมด

 

สมัยนี้มีคุณพ่อคุณแม่ที่พยายามจะเป็นผู้ปกครองยุคใหม่อยู่มาก ผนวกกับการศึกษาที่ได้รับและข้อมูลรอบตัวที่หาได้ง่ายดายหลากหลาย ยังไม่รวมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและโภชนาการต่างๆ ก็เลยเหมือนจะทำให้เด็กๆ ได้รับการส่งเสริมพัฒนาการสมวัยหรือเกินวัย จนไม่อาจเทียบกับสมัยที่เราเป็นเด็กได้เลย จึงทำให้บอกได้ง่ายๆ ว่าเด็กๆ สมัยนี้ กลุ่มหนึ่งฉลาดขึ้นมาก

 

สมัยนี้เด็กๆ เรียนรู้เร็วเหลือเกินในยุคข้อมูลข่าวสาร จะไม่ให้ฉลาดได้อย่างไร ในเมื่อข้อมูลป้อนให้ทุกวัน โทรทัศน์วิทยุหลายสิบช่อง และพ่อแม่มากมายก็สนับสนุนส่งเสริมแบบใช้ศักยภาพสมองเด็กอย่างเต็มที่ด้วย เรื่องการแสดงออกไม่ต้องพูดถึง สมัยก่อน ดารานักร้องเด็กๆ คนหนึ่งหายากจะตาย ตอนนี้มีประกวดไม่รู้กี่เวที เฮ้อ ดิฉันรู้สึกขำที่เห็นลูกสามารถเปิดดีวีดีคาราโอเกะเองได้ตั้งแต่สามขวบ เปิดปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เองเป็น หรือขี่จักรยานสองล้อเองได้ตอน 5 ขวบก็ปลื้มแล้ว เพราะแม่เองเรียนคอมพิวเตอร์ตอนเรียนมหาลัยโน่น ส่วนจักรยานเพิ่งขี่เป็นตอนอายุ 12 ปี

 

สมัยที่คุณแม่ดิฉันหรือคุณยายตั้งท้อง ดิฉันคิดว่าพวกท่านคงไม่ได้อ่านหนังสือคู่มือตั้งครรภ์คุณภาพ 40 สัปดาห์แน่ๆ (เพราะมันยังไม่มีตีพิมพ์ ฮา) พวกท่านก็คงรับประทานอาหารธรรมดาตามแต่จะหาได้ จริงไหมคะ พอคลอดออกมาก็เลี้ยงเราอย่างเต็มกำลังความสามารถให้โตขึ้นมาโดยไม่ได้เป็นโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน เสียชีวิตตอนเด็กก็ดีเท่าไหร่แล้ว ไม่มีนิตยสารแม่และเด็ก รักลูก และอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งเว็บไซต์ต่างๆ ไว้ปรึกษากับพ่อแม่ผู้ปกครองท่านอื่นๆ ด้วย แต่พวกเราก็เป็นตัวเป็นตนเป็นคนดีของสังคมขึ้นมาได้นี่่นา

 

แต่สมัยนี้ดิฉันจำได้ว่าได้ดื่มแอนมัม แอนลีนตั้งแต่รู้ว่าท้อง (เพราะเขาว่าดี ว่าไป) และด้วยข้อมูลมากมายรอบตัว ก็ทำให้เราสนใจพัฒนาการลูกเป็นพิเศษ เช่นว่า อายุเท่านี้ควรทำแบบนี้ได้  แล้วไหนจะการศึกษาวิจัยทางการพัฒนาสมองที่ยืนยันว่าสมองจะพัฒนาสูงสุดในช่วง 4 ปีแรกอีกเล่า เลยทำให้พ่อแม่พากันยัดเยียดทุกอย่างในช่วงวัยเยาว์นี้สุดฤทธิ์ เคยได้ยินว่าเด็กบางคน 3 ขวบพูดได้หลายภาษาแล้ว ดิฉันเองยืนยันว่าไม่เอาด้วยล่ะค่ะ ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง ดิฉันไม่เคยพยายามพูดภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาฝรั่งเศสกับลูก แม้จะมีคนบอกว่าลูกจะรับได้แน่นอน ไม่เคยบังคับให้แกเรียนว่ายน้ำหรือดำน้ำตอน 4 ขวบ ไม่ลงทะเบียนให้เรียนบัลเลต์หรือเปียโน (เพราะไม่มีตังค์ 555) ไม่เคยส่งลูกไปศูนย์พัฒนาการเด็กแบบฝรั่ง แต่แค่พยายามอย่างดีที่สุดแล้วที่จะใช้เวลาคุณภาพกับเขา ใส่ใจในความอยากรู้อยากเห็นของเขา และขยันตอบคำถาม เท่านั้นเอง โดยไม่เคยคิดว่าต้องผลักดันให้เขาเป็นอัจฉริยะหรือหาความสามารถพิเศษอะไรให้เขา

 

หลายทฤษฎีมักบอกว่า เด็กจะเติบโตขึ้นมาเป็นคนอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู กรรมพันธ์และสภาพแวดล้อม และต่างก็เน้นว่าช่วงวัยเด็กหรือช่วงเริ่มต้นของชีวิตนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดเพราะจะเป็นส่วนที่หล่อหลอมเด็ก คุณแม่สมัยใหม่ (อย่างน้อยก็ที่ดิฉันได้รู้จัก) เป็นผู้ที่ได้รับการศึกษามาอย่างดีเมื่อเทียบกับสมัยแม่หรือยายเรา แทบจะศึกษาจิตวิทยาเด็กกันมาทีเดียว เพื่อนบางคนออกจากงานมาเลี้ยงลูกเองเลยและปลาบปลื้มกับการเป็นเจ๊ดัน/ป๋าดันให้กับลูกตัวเอง แต่ดิฉันกลับมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า เด็กทุกคนมีลักษณะพิเศษบางอย่างติดตัวมาโดยกำเนิด ซึ่งการเลี้ยงดู กรรมพันธ์และสิ่งแวดล้อม ไม่สามารถจะบิดเบือนลักษณะนั้นไปได้ อาจฟังดูแปลก แต่ดิฉันเชื่อแบบนี้จริงๆ ค่ะ เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมพี่น้องคลานตามกันมา พ่อแม่เลี้ยงมาพร้อมๆ กันเหมือนๆ กัน แต่นิสัยต่างกันและโตมาพร้อมกับลักษณะที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง? เคยได้ยินครอบครัวที่ว่าพ่อแม่เป็นคนดีมาก แต่ลูกกลายเป็นโจรไหม? หรือ การที่เด็กบางคนสามารถทำอะไรบางอย่างที่พ่อแม่ทำไม่ได้..ก็ไม่ได้จะตั้งทฤษฎีใหม่อะไรหรอกนะคะ แต่เชื่อเถอะว่าเด็กทุกคนเป็นสิ่งมหัศจรรย์เหลือเกิน ไม่ควรไปกดดันอะไรเขามากมาย พ่อแม่ของดา

วินชี่ ไอน์สไตน์หรือนิวตันคงไม่ได้ consult ตำราเลี้ยงเด็กแบบมุ่งให้ลูกเป็นอัจฉริยะของโลกหรอกมั้งเนอะ?

 

อีกอย่าง ดิฉันคิดว่าทักษะต่างๆ ที่สามารถเรียนรู้ได้ ไม่ว่าจะเป็น ภาษาต่างประเทศ กีฬา หรือศิลปะ ล้วนเป็นสิ่งที่ฝึกฝนกันได้ถ้าเรามีความสนใจจริงๆ และไม่ท้อ ไม่ได้จำเป็นต้องเริ่มต้นตั้งแต่เด็กเท่านั้น ขอให้อ่านหนังสือออกและมีทัศนคติที่ใช่ ทุกคนเก่งได้เท่ากันหมด ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ และเราก็ไม่ควรไปยัดเยียดให้เด็กต้องรู้ทุกอย่างหรือทำได้ทุกอย่าง

 

 สรุปคือ ขอเป็นคุณแม่ที่มีจุดมุ่งหมายในการเลี้ยงลูกแบบให้เขาสามารถเอาตัวรอดได้ในสังคมเวลาที่ไม่มีเราแล้วกันค่ะ เป็นคำตอบสุดท้าย  อาทิตย์หน้าอุ๊ก อุ๊ก จะไปเรียนซัมเมอร์ต่ออีก คงมีอะไรฮาๆ มาเล่าให้ฟังอีก รออ่านและเป็นกำลังใจให้กันต่อไปแล้วกันค่ะ

 

 

 

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: