Blossom Stories : Enjoy every minute of life

January 31, 2009

น้ำใจน้องพี่สีชมพู

Filed under: Lifestyle — blossom2219 @ 11:48 pm

ด้วยความที่เป็นคนย้ายโรงเรียนค่อนข้างบ่อยค่ะ เลยไม่ค่อยจะรู้สึกผูกพันกับสถานศึกษาที่ไหนเป็นพิเศษ นอกจากตอนเรียนระดับอุดมศึกษา ซึ่งได้มีโอกาสเรียนตลอด 4 ปีติดต่อกันในสถาบันที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองไทย อะฮ่า..เกริ่นมาแบบนี้ วันนี้ เลือดรักสถาบันรุนแรงแน่นอนค่ะ

 

ตอนสมัยเป็นนิสิต จำได้ว่าขึ้นแสตนด์เชียร์ตลอดเลย กลับบ้านเสียงแหบ หน้าดำ แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนไม่สนุกและไม่ภูมิใจ เวลาได้ร้องเพลงเชียร์พร้อมกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ร่วมสถาบันบนนั้น จะรู้สึกซาบซึ้ง ภาคภูมิใจจนหาที่สุดไม่ได้จริงๆ ว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันการศึกษาที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง อันนี้ไม่ได้ข่ม แต่เราเก่าแก่กว่าฝั่งเหลืองแดงเกือบ 20 ปี

 

ไปได้ไปงานบอลประเพณีมานานมากแล้ว วันนี้กระเตงเอาคุณลูกสาวไปนั่งฝั่งผู้ชมที่มีหลังคา ก็เลยไม่ได้ตากแดดหน้าดำมากมาย งานยังยิ่งใหญ่เหมือนทุกปี พัฒนาขึ้นเยอะมาก จริงๆ แล้วเพลงเชียร์ก็เพลงเดิม เชียร์ลีดเดอร์ก็เต้นท่าเดิมเหมือนที่เคยเห็นมาตั้งแต่สมัยเรียน แต่เราก็ยังรู้สึกอยากให้ความร่วมมือซะอย่างนั้น ส่วนหนึ่งคงเพราะสมัยเรียนดิฉันไม่ใช่เด็กกิจกรรมเลย ไม่เคยเข้าชมรมอะไรเป็นเรื่องเป็นราว งานบอลเลยเป็นงานเดียวที่รู้สึกว่าอยากแสดงสปิริตเป็นคนเชียร์ ปีนี้น้ำใจน้องพี่สีชมพูก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง แสตนด์เราเต็มตั้งแต่เที่ยงกว่า ขณะที่ฝั่งโน้นเขามาเต็มเอาตอนใกล้บอลจะแข่ง..

 

จากประสบการณ์ตัวเอง บอกได้เลยว่าฟากเราไม่มีการบังคับใครขึ้นแสตนด์ ไม่เคยมีการซ้อมแปรอักษรกันล่วงหน้า ทุกคนเล่นสดกันตอนนั้น เรียนรู้กันตอนนั้น ให้เกียรติประธานเชียร์สุดๆ สั่งอะไรมาก็พร้อมใจกันทำเลย แบบว่าปีหนึ่งครั้งเดียวเพื่อสถาบัน

 

จะว่าไปแล้ว ถึงวันนี้ก็ต้องขอแสดงความชื่นชมกับพวกน้องๆ ที่เขาจัดงานกัน เพราะทุกคนคงทำงานหนักมาก สตาฟเชียร์ที่ต้องดูความเรียบร้อยบนแสตนด์ ไหนจะหาสปอนเซอร์ วางแผนขั้นตอนทุกอย่าง เชียร์ลีดเดอร์ต้องบึกบึนวิ่งมาราธอนรอบสนามกันได้ท่ามกลางแดดเปรี้ยง ในชุดรองเท้าส้นสูง โอ๊ววว ..การแปรอักษรเป็นไปอย่างดุเดือดเหมือนเดิม ซึ่งเราทึ่งเป็นการส่วนตัว เพราะสถานที่มันแค่นั้น (แสตนด์คนนั่ง 2500 คน) แต่ต้องหาคำพูดที่กระชับรัดกุมมาตอบโต้กัน ปีนี้มีคำที่ตามสมัยเป๊ะ อย่างเช่น รักนะ ตื่นเต้นปะ? เหม็นปากแม่ค้าท่าพระจันทร์ ดีแต่เกรียน ผู้ดีจอมปลอม ฯลฯ เราว่ามันเป็นตัวอย่างของกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่ และเชื่อว่านิสิตนักศึกษาและศิษย์เก่าของสองสถาบันนี้ต้องภูมิใจอยู่ลึกๆ

 

วันนี้ยังรู้สึกน้ำตาซึมตอนได้ยินบทเพลงพระราชนิพนธ์มหาจุฬาลงกรณ์..เพลงที่เราไม่เคยต้องเปิดเนื้อดู เพราะรุ่นพี่สอนกันมาต่อเนื่องว่าเป็นเพลงแรกที่ต้องร้องได้เมื่อเข้ามา ได้ยินเสียงบูมบาก้า ยังรู้สึกว่าสถาบันเรายิ่งใหญ่เสมอ  แม้บอลจะแพ้ แต่ก็ไม่มีวันไหนไม่ภูมิใจในความเป็นลูกจุฬาฯ ขอนิดเถอะนะ แหมก็ควรจะภูมิใจมิใช่หรือ?

 

 

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: