Blossom Stories : Enjoy every minute of life

July 12, 2008

สำหรับพ่อ..ฮีโร่อันดับหนึ่งในดวงใจ

Filed under: Lifestyle — blossom2219 @ 12:17 am

ตั้งแต่จำความได้ คนรอบข้างพากันบอกตลอดเวลาดิฉันเหมือนพ่อ ตอนนั้นก็นึกไปว่า อ้าว แปลว่าอะไรวะ เราเป็นผู้หญิง ทำไมไม่เหมือนแม่ล่ะ ตอนเป็นสาวแม่ออกจะสวย เราไม่สวยสินะ เพราะพ่อเราไม่สวยนี่หว่า แต่ตอนนี้ขอบอกเลยว่า ถ้าใครมาว่าเราว่าเหมือนพ่อ นั่นเป็นคำชมอันยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว

 

เพราะพ่อดิฉันเป็นแบบอย่างที่ดีในทุกเรื่อง ซึ่งถ้าดิฉันได้รับมาเพียงเรื่องละเศษเสี้ยว นั่นถือว่าเป็นเกียรติเลย พ่อดิฉันรับราชการตำรวจมาตั้งแต่ก่อนดิฉันเกิด และกำลังจะเกษียณปีหน้าแล้วค่ะ ดิฉันทึ่งพ่อในเรื่องของความรับผิดชอบ ความอดทนอดกลั้น ความมีระเบียบวินัย ความตรงต่อเวลา และการให้ความสำคัญของการศึกษาเล่าเรียน จะว่าไปผู้ชายจะดีแค่ไหน ดิฉันว่าคงต้องวัดกันที่ความรับผิดชอบ ประมาณว่าไปทำเขาท้องแล้วไม่รับ อันนี้ไม่รับผิดชอบแน่ พ่อแต่งงานกับแม่มา 30 กว่าปีแล้ว รับผิดชอบดูแลแม่และลูกอีก 2 คนมาตลอด ไม่เคยให้ลำบากเลย พ่อเป็นคนเดียวที่หาเลี่ยงครอบครัวตั้งแต่ต้น แต่พ่อมีการวางแผนการเงินที่ดีมากๆ ส่งเราสองคนพี่น้องเรียนโรงเรียนเอกชน ไม่เคยค้างค่าเทอม มีเสื้อผ้าใหม่ตอนเปิดเทอม แม่ไม่สบายก็ดูแลพาไปหาหมอ ไม่เคยทิ้งพวกเราเลย

 

พ่อเป็นตำรวจก็เลยเป็นคนมีระเบียบวินัย พ่อไม่ยอมให้เราทำผิดกฎสถาบัน ไม่ค่อยยอมให้ขาดเรียน เห็นคนสมัยนี้ไม่ค่อยสู้งานหนัก เปลี่ยนงานบ่อย อ้างโน่นอ้างนี่ พ่อรับราชการตลอด 30 กว่าปี ไม่เคยบ่นเรื่องเจ้านายให้ฟังเลย ทั้งที่เจ้านายพ่อบางคนอายุน้อยกว่าพ่อหลายสิบปี ไม่เคยบ่นเรื่องเงินเดือนขึ้นน้อย โบนัสไม่มี ไม่เคยบ่นว่าขี้เกียจไปทำงาน ไม่เคยคิดลาออกจากข้าราชการด้วย พ่อดูภูมิอกภูมิใจในงานทีทำมาก พ่อทำให้ดิฉันเชื่อว่าคนโบราณ แม้จะดูเชยยังไงในสายตาของวัยรุ่นสมัยนี้ แต่พวกเขาและรุ่นเขาก็มีอะไรยึดเหนี่ยวเป็นเรื่องเป็นราวที่ชัดเจน มีความเชื่อมั่นในสถาบันของเขา เชื่อว่าการเป็นข้าราชการเป็นสิ่งที่มีเกียรติ ในขณะที่คนรุ่นใหม่อย่างพวกยังต้องคอยตอบคำถามตัวเอง ว่าอีก 5 ปีเราจะอยู่ตรงไหนในหน้าที่การงาน

 

พ่อเราเป็นคนตรงเวลา ก็แน่นอน เขาเป็นตำรวจ ตั้งแต่โตมา จำได้ว่าพ่อไม่เคยให้รอ ไม่เคยให้ใครรอ และก็ไม่ค่อยจะรอใครด้วยเหมือนกัน พ่อทำให้รู้สึกว่าเวลาเป็นสิ่งมีค่า และเราก็ไม่ควรมาใช้มันอย่างเอ้อระเหยลอยชาย ลอยไปลอยมา เมื่อสมัยเรียนม.ปลาย ดิฉันเรียนภาษาอังกฤษที่เอยูเอ ตรงราชดำริ ตอนห้าโมงเย็น และจะเลิกเรียนตอนหกโมงทุกวัน เสียงออดดังตอน 17.55 น. นักศึกษาออกจากห้องได้ พ่อจะขับมอเตอร์ไซค์มารอตรงป้อมยามทุกวัน สมัยนั้นไม่มีเพจเจอร์ ไม่มีมือถือ แต่แน่ใจได้เลยว่าพ่อจะมารอรับก่อนหกโมงเย็นทุกวัน ไม่เคยสาย จนเรียนมหาลัย บางวันเลิกเรียนเที่ยง บ่ายสอง สี่โมงเย็น ถ้าบอกพ่อไว้ พ่อมารอรับแน่นอน นัดเวลาไหนก็เวลานั้น หลายคนชอบว่าเราใจร้อน ไม่เคยรอ แต่เราว่าเราได้นิสัยเรื่องเวลามาจากพ่อ เวลาไม่ได้มีไว้ให้เปลืองกับไปการรอคนที่ไม่ตรงเวลา หรือใช้ให้หมดไปกับเรื่องไร้สาระ เชื่อไหมว่า ดิฉันไม่เคยคุยโทรศัพท์กับเพื่อนได้นานๆ เพราะพ่อจะถามว่า คุยอะไรกัน ทำไมไม่สรุปว่าจะเอายังไง แล้วรีบๆ ออกไปเจอกันซะ

 

พ่อดิฉันให้ความสำคัญกับการศึกษามากๆ ไม่ใช่แค่การศึกษาในห้องเรียน แต่ท่านจะคอยสนับสนุนให้เรียนรู้เรื่องอื่นๆ นอกห้องเรียนด้วย พ่อชอบหาหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษฉบับเก่าๆ จากห้องเจ้านายมาให้อ่านเพราะเห็นว่าดิฉันเรียนภาษา จำได้ว่า พ่อจะชอบถามเสมอว่าเวลาเรียนนั่งตรงไหนของห้อง ทำไมไม่นั่งข้างหน้า เรียนวันนี้ถามอะไรครูบ้างหรือเปล่า ควรหาเวลาปรึกษาหารือกับครูบ้าง ไอ้เราก็ไม่เข้าใจ เด็กๆ ส่วนมากชอบนั่งหลังห้องจะได้อยู่ไกลสายตาครู จริงไหมคะ? ไม่ถามคำถามครูหรอก เข้าใจหมด แต่จริงๆ แล้วพ่อพยายามบอกให้กล้าแสดงความคิดเห็นซะบ้าง ลองดูสิว่าเด็กไทยทุกวันนี้กล้าแสดงความคิดเห็น กล้าเป็นตัวของตัวเองกันมากแค่ไหน น้อยมากจนน่าใจหายไหมคะ? พ่อไม่ได้เรียนถึงระดับอุดมศึกษาเพราะปู่ย่าไม่ใช่คนมีฐานะขนาดนั้น แต่พ่อเป็นตัวอย่างของการขวนขวายและใฝ่ดี ที่สำคัญพ่อทำให้ดิฉันเชื่ออย่างแน่วแน่ว่าคนเราเลือกที่ทำอะไรและเป็นอะไรได้อย่างดีที่สุด เต็มความสามารถ โดยไม่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่เราเติบโตมาหรือครอบครัวที่เลี่ยงดูเรามา

 

ทุกวันนี้ดิฉันรู้สึกละอายใจทุกครั้งเวลาที่บ่นว่าเหนื่อย เพราะรู้ว่าความเหนื่อยที่ตัวเองรู้สึกไม่ได้เสี้ยวของพ่อเลยด้วยซ้ำ พ่อทำงานหนักตลอดแต่ไม่เคยบ่น วันที่เขียนเรื่องนี้ พ่ออยู่ที่สิงคโปร์ เป็นการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตของท่าน ดิฉันอยากเป็นคนที่พาท่านไปเหลือเกิน แต่คงมัวแต่ผลัดวันประกันพรุ่ง ประกอบกับมีครอบครัวของตัวเองที่ต้องดูแล รุ้สึกเสียใจที่ไม่ได้เป็นคนพาเขาไป แต่พ่อก็ดูแฮปปี้ดีและภูมิใจเพราะหัวหน้าพ่อพาไป เหมือนเป็นการพาไปฉลองการเกษียณอายุราชการ ซึ่งเมื่อนึกมาถึงตรงนี้ ดิฉันรู้สึกภูมิใจในความวิริยะอุตสาหะของพ่อมากๆ เป็นความอดทนอดกลั้นที่สุดของที่สุดแล้ว เป็นเส้นทางที่พ่อเลือกเองด้วยความภาคภูมิใจ

 

ลืมบอกไปว่าพ่อเป็นสายสืบนอกเครื่องแบบ ดิฉันได้เห็นพ่อแต่งเครื่องแบบตำรวจสีกากีจริงๆ ไม่กี่ครั้งหรอกค่ะ ตอนเด็กๆ ดิฉันเที่ยวบอกใครต่อใครอย่างภูมิใจเสมอว่าพ่อเป็นตำรวจ เป็นสายสืบ พอโตมา ถึงได้รู้ว่างานพ่อเสียงโขอยู่ ไม่บอกดีกว่า เวลาไปไหนมาไหนกับพ่อ จะไม่ค่อยมีคนรู้ว่าพ่อเป็นตำรวจ และไม่รู้ว่าเราเป็นลูกก็ปลอดภัยดี อันนี้หรือเปล่าไม่รู้ ที่ดิฉันเลยมีนิสัยชอบสังเกตุและจับรายละเอียดอยู่บ้าง อะไรในบ้านหายไป หรือ เคลื่อนที่ไปนิดนึง ไม่คลาดสายตาแน่นอน ตอนเรียนมหาลัย พ่อจะแอบดูกระเป๋าถือประจำ ดิฉันก็ไม่รู้หรอกค่ะ แต่พอไม่มีตังค์ในกระเป๋า พ่อจะถามว่าไม่มีตังค์เหรอ ทำไมไม่บอก พ่อก็จะให้ พอทำงานแล้วก็ยังแอบดูอีก แต่พอเห็นไม่มีตังค์ ไม่ถาม เคยทำฟอร์มว่ามีแบงก็ร้อย 5 ใบไหมจะแลก พอเราบอกมี เขาบอกว่า เมื่อกี้ดูในกระเป๋าตังค์ไม่เห็นมีเลย หัดพกเงินซะบ้างสิ ทำงานระดับนี้ทำไมไม่มีเงินติดกระเป๋า ดิฉันรีบบอกว่าหนูก็มีกระเป๋าเล็กกระเป๋าลับนะ จะมาให้ตำรวจค้นเจอหลักฐานทุกอย่างง่ายๆ ได้ไง 555

 

จริงๆ วันพ่อก็อีกนานหลายเดือน แต่คิดถึงพ่อแล้วก็อยากเล่าด้วยความภูมิใจในฐานะลูกสาวตำรวจน่ะค่ะ ถ้าใครชื่นชมว่าดิฉันเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง เด็ดขาด ก็บอกไว้ตรงนี้เลยว่าเป็นเพราะพ่อ จะว่าไปผู้ชายที่เราปลื้มแบบเป็นฮีโร่ในดวงใจอันดับหนึ่งตลอดกาล ก็พ่อนี่แหละ ไม่มีใครเทียบได้เลยจริงๆ จนโตป่านนี้ มีลูกสาว 5 ขวบแล้ว ก็ยังรู้สึกว่าพ่อเป็นคนที่เราสามารถหันไปพึ่งและขอความช่วยเหลือได้ตลอดเวลา พ่อไม่เคยปิดมือถือ เวลาขอให้พ่อมารับ พ่อจะไม่เคยปฏิเสธ ไม่เคยไม่รับสาย ไม่เคยให้รอ ขอให้รู้ว่าอยู่ตรงไหนก็พอ ไม่เคยถามเซ้าซี้ว่าไปไหน ไปทำอะไรมา ปัญหาทุกอย่างของเราไม่เคยเป็นความยุ่งยากในสายตาพ่อเลย เท่าที่จำความได้ พ่อช่วยได้ทุกอย่าง พ่อดิฉันไม่เคยแสดงความรักในที่สาธารณะ ขนาดไม่เจอกันเป็นปียังไม่กอด แต่พ่อทำหน้าที่ของท่านได้สมบูรณ์แบบที่สุดในการเป็นตัวอย่างที่ดี เลี้ยงดู ให้การศึกษา ให้โอกาส และให้ดิฉันได้เลือกเรียน เลือกทำในสิ่งที่ต้องการ ไม่เคยบังคับ ไม่เคยซ้ำเติมความผิดพลาด แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะซาบซึ้งตื้นตันกับความรักของเขา..หนูภูมิใจที่เป็นลูกพ่อค่ะ เป็นลูกสาวตำรวจ  

 

 

 

 

 

 

1 Comment »

  1. ชอบแนวทางการ สอนลูก มาก ๆ เลยอ่ะครับไม่ต้องอิงหลักการ…มากมาย เอาเหตุ ผล ทำให้เห็นจริง ๆ จะเข้าใจและจำได้ตลอด

    Comment by ekarin — September 25, 2008 @ 3:12 pm | Reply


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: