Blossom Stories : Enjoy every minute of life

December 25, 2007

สรุปข่าวเด่นประจำปี 2550 – My 2007 Highlights

Filed under: Lifestyle — blossom2219 @ 12:26 pm

เห็นนิตยสาร หนังสือพิมพ์ ต่าง ๆ เขามีสรุปข่าวบ้านเมืองกันโครมคราม ขอตามพ่วงติดกระแสด้วยคนดิ เราก็มีสรุปไฮไลท์ของชีวิตเราในปี 2550 นี้เหมือนกันเฟ้ย ไม่ต้องลงหน้าหนึ่งที่ไหน ลงแมกกาซีนออนไลน์ของเราเองนี่แหละ อ่านให้สนุกนะคะ

 

  1. มกราคม  อุ๊ก อุ๊ก ขึ้นอนุบาลสอง เผลอแป๊บเดียว เด็กหญิงวนารินทร์ ของเรากลายเป็นรุ่นพี่ของน้อง ๆ ที่โรงเรียนของเธอไปแล้ว ซึ่งบางทีเธอก็มาเล่าว่าโดนน้องแกล้งด้วย เธอสวมชุดนักเรียนขนาด M แทนที่จะเป็นขนาด S เหมือนปีก่อน ซึ่งดูหลวมโคร่งตอนต้นปี แต่พอปลายปีกระโปรงก็เต่อขึ้นมาเหนือเข่าเหมือนเมื่อปีกลาย ซึ่งแปลว่าเธอสูงขึ้นอีกแล้ว ปีนี้ โรงเรียนไม่ให้เธอเอานุ่มนิ่มและขวดนมไปแล้ว ซึ่งเธอก็ปรับตัวได้ดี เริ่มเขียนหนังสือได้เป็นคำ เขียนชื่อตัวเองได้ด้วยนะ

 

  1. กุมภาพันธ์ เริ่มต้นด้วยข่าวคึกโครมของเราเองที่หลังจากแห้วมาหลายรอบ ก็ได้รับมอบหมายให้ไปช่วยงานที่สำนักงานใหญ่ที่นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์กับเขาเสียที แต่ข่าวนี้ทำเอาหนาวไปตาม ๆ กันเพราะเป็นการจากบ้านไปสองเดือนเต็มเลย ลึกๆแล้วดีใจที่จะได้ไปถึงจุดหมายด้านการงานที่ใฝ่ฝัน ดินแดนศิวิไลซ์ หรูหรา แต่แอบน้ำตาตกในเพราะต้องได้ชื่อว่าเป็นคนเห็นแก่ตัวทิ้งลูก ทิ้งสามี ทิ้งพ่อแม่ไปตั้งนานสองนาน

  

  1. มีนาคม ตลอดทั้ง 31 วันอันยาวนาน เราไปตกระกำอยู่โน่นเลยค่ะ เจนีวา อากาศหนาวเหน็บ เหงาจับใจ มีมาม่ารสหมูน้ำตกเป็นเพื่อน สวดมนต์ทุกคืนให้คนที่เมืองไทยสบายกายสบายใจ แต่เอาเข้าจริงเขาก็ไม่ค่อยสบายกัน ส่วนเราก็ลุ้นทรมานอยู่ทางโน้น มีคืนหนึ่งไม่ได้เอาโทรศัพท์มือถือติดตัวไปแล้วไปทานข้าวบ้านพี่ที่ทำงาน ปรากฎว่ามี 23 สายไม่ได้รับ แถมยังมีข้อความบอกว่าถ้าไม่รับจะแจ้งตำรวจแล้วนะ หัวใจแทบวาย

 

  1. เมษายน ถึงสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพก่อนสงกรานต์พอดี ร้องไห้น้ำตาท่วมอยู่ที่สนามบินตอนเห็นลูกสาว และคนที่มารับ ผสมผสานกับความปลื้มปิติที่ได้ลิ้มรสชาติมะม่วงแรดและเป๊ปซี่ละลายในน้ำแข็ง ยังไม่รวมเอ็มเค และเสียงเพลงชาติไทยตอนแปดโมงเช้า ว้าว ไม่มีที่ไหนเหมาะกับคนไทยเท่าเมืองไทย เป็นคำตอบสุดท้ายจริงๆ กลับมาปุ๊บไปพัทยาเกือบปั๊บ กินปูนึ่งไปประมาณห้ากิโล สมความตั้งใจและอัดอั้น ขอบคุณคนแกะไว้นะที่นี่ ฮา

  

  1. พฤษภาคม งานการยังยุ่งวุ่นวาย มีอันต้องเดินทางต่อไปถึงอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก อันเป็นสำนักงานย่อยอีกแห่งหนึ่งในประเทศ ตอนไปขึ้นเครื่องบินบางกอกแอร์เวย์ บูติ๊ก บูติก สนามบินที่สุโขทัยก็แสนน่ารัก แต่หลังจากนั้นต้องนั่งรถตู้ไปอีกสามชั่วโมงเพี่อไปอำเภอแม่สอด ซึ่งเรามีกิ๊กใหม่เป็นยาหม่องน้ำของพม่าไปตลอดทาง เส้นทางคดเคี้ยวจนไม่น่าเชื่อ โค้งแล้วโค้งอีก จนอยากอาเจียนซะให้ได้ วันรุ่งขึ้นก็ยังต้องนั่งรถเส้นทางเดิมนี่แหละไปที่สนามบินเพื่อขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ ขอบคุณนะ แม่สอด เราไม่ต้องเจอกันบ่อยก็ได้

 

  1. มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม ไม่ค่อยมีอะไรโดดเด่นมาก แต่เปลี่ยนเทรนด์การแต่งตัวของตัวเองขึ้นมาเฉยๆ งั้นแหละ ไม่มีแรงบันดาลใจอะไร เดิมเคยใส่รองเท้าหุ้มส้นมิดชิด ใส่ถุงน่องแค่ข้อ (กันเท้าเหงื่อออก) ทุกวัน คราวนี้เปลี่ยนมาใส่รองเท้าแบบเปิดหน้าเปิดหลัง เดินสบาย ทิ้งถุงน่องไปหลายคู่ หันมาใส่เสื้อผ้าฝ้ายลายดอกตัวยาวปิดก้น กับเขาบ้าง จากที่เคยใส่แต่เสื้อคอเต่า หรือเสื้อไหมพรม มีความกล้าหาญใส่เสื้อกล้ามแขนกุดออกไปเที่ยวนอกบ้านบ้าง ก่อนจะแก่กว่านี้แล้วใส่ออกมาน่าเกลียด เหอ เหอ

  

  1. กันยายน เดือนนี้ต้องขยาย อารมณ์เพลงเก่ามาแรง ถึงขนาดขอฟังคลื่น 106.5 จนตกเป็นเหยื่อแผนการตลาดคอนเสิร์ต The Lost Love Song แต่ที่พิเศษคือเป็นการไปดูคอนเสิร์ตด้วยกันเป็นครั้งแรกของคุณเอกรินทร์และคุณวันดี อภิรักษ์ธนากรหลังจากคบหาดูใจกันมานานถึงสิบปี พากันหนีลูกสาวไปดู เป็นไงล่ะ บัตรราคาแพงลิบลิ่ว ซื้อขายกันผ่าน www.pantip.com นักร้องเพียบ คนดูเรียบร้อยสุด ๆ สูง (อายุ) ยาว (สายตา) ขาว (ผม) ตึง (หู) เรารู้จักทุกเพลง (เพราะแก่กันแล้วอะนะ ยอมรับซะ) นั่งกันยาวนานมาก คอนเสิร์ตเลิกเกือบเที่ยงคืนลูกสาวโทรมาให้ไปรับด้วย เฮ้อ ไม่ยอมนอนซะงั้น แต่ก็ยังดีที่หนีมาดูได้โดยสวัสดิภาพ

 

  1. ตุลาคม ออกนอกประเทศอีกแล้ว แหม ปีนี้หนังสือเดินทางได้ใช้งานคุ้มจริง ๆ คราวนี้ลัดฟ้าไปกับการบินไทย ถึงที่หมายคือกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย แบบในหนังเรื่อง Entrapment เลย ไปคนเดียวอยู่สองคืนสามวัน บ้านเมืองเขาก็ดูสวยงาม สะอาดตาดีอยู่หรอก แต่กรุงเทพฯ บ้านเราโอเคสุดแล้ว อาหารถูกปาก แหล่งช้อปถูกเงินถูกใจ

  

  1. พฤศจิกายน เดือนนี้รสนิยมฟังเพลงพร้อมใจเปลี่ยนทั้งแบบเข็มขัดสั้น (คาดไม่ถึง) และเข็มขัดยาว (เกินคาด) จนคนรอบข้างสลบ ร้องยี้กันเป็นแถบ แต่สาวมั่นซะอย่างเนอะ เป็นตัวของตัวเองค่ะ จริงๆ แล้วได้ยินทะลุหูซ้ายขวามาตั้งนานโดยคุณอุ๊ก แต่เดือนนี้ไม่รู้เป็นไงดันไม่ยอมทะลุออกหูขวาแต่ติดซะกลางใจเลย ป้าด เราเปลี่ยนศิลปินคนโปรดจากทาทา ยัง มาเป็นคุณอี๊ด โปงลางสะออน ด้วยทึ่งในความสามารถของพี่แก ไม่หล่อแต่ อารมณ์ขันโดนใจ ดูทีไรลงไปกลิ้งหน้าทีวีได้ทุกที แถมยังร้องเพลงลูกทุ่งได้เพราะด้วย จริงใจใสซื่อแบบคนบ้านเฮา แหม ขอเป็นคนไทยที่เอาใจช่วยลูกอีสานหน่อยเหอะ ออกจะมีเสน่ห์ปานนั้น (หมายถึงเพลงค่ะ)

 

  1. ธันวาคม กระแสความนิยมคุณอี๊ด โปงลางสะออน ยังแรงต่อเนื่อง ถึงจะแอบหนีที่บ้านไปดูคอนเสิร์ตมาแล้วถึงสองครั้ง (เพื่อเป็นการชดเชยให้ความเชยของตัวเอง ที่เพิ่งมารู้จักพวกเขาตอนที่ดังสุดสุดแล้ว) ก็ยังชอบอยู่ มีคนรอบข้างพากันพนันขันต่อว่าเป็นอาการเห่อและบ้าดาราอันจะหมดไปก่อนถึงเวลาอันควร ไว้เรามาคอยลุ้นกันต่อไปแล้วกันเนอะ ที่แน่ ๆ รายได้แปดสิบล้านของโปงลางสะดิ้ง ลำซิ่งส่ายหน้า ที่วงนี้แสดงนั้น มีตังค์เราอยู่ในนั้นด้วยตั้งแต่รอบแรกที่ฉายเลย ฮา

  ข่าวย่อย ปีนี้มีผลงานแปลออกมาอีกสองเล่ม กับสองสำนักพิมพ์ แหม ฟังแล้วเท่ห์ซะ เล่มหนึ่งเกี่ยวกับการขาย เล่มหนึ่งเป็นนิยายสืบสวนเชิงศาสนาเล่มหนาเตอะที่ตะบี้ตะบันแปลจากเมืองไทยข้ามไปเจนีวายังไม่จบ โดนขอลายเซนต์ในร้านหนังสือเป็นครั้งแรกโดยคนที่ไม่รู้จักมาก่อนด้วย อึ้งไปเลย

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: