Blossom Stories : Enjoy every minute of life

October 13, 2007

Blossom Tour กลับมาตามคำเรียกร้องค่ะ

Filed under: Travel — blossom2219 @ 10:01 pm

บันทึกการเดินทางคราวนี้ไปไม่ไกลเท่าไหร่ค่ะ ประมาณ 1200 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ไปทางใต้ พาท่านสู่กรุงกัวลาลัมเปอร์ หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษสั้น ๆ ว่า KL ในประเทศมาเลเซีย เป็นการเดินทางออกนอกประเทศด้วยเรื่องงานล้วน ๆ ค่ะ ไม่ได้หนีเที่ยว บินเดี่ยวของแท้ ย้ำ บินไปนะคะ ไม่ได้นั่งรถไฟ และ ไม่ได้ลักลอบเข้าเมืองเขาโดยผิดกฏหมาย

 

คราวนี้ได้กลับมาใช้บริการเอื้องหลวง Thai Airways International อีกครั้ง เครื่องรุ่น A 320 หรืออะไรประมาณนี้ค่ะ บินตรงจากที่นั่งริมหน้าต่างจากกรุงเทพฯ ไปถึงสนามบิน KL International Airport ใช้เวลาเบ็ดเสร็จสองชั่วโมงเท่านั้นเอง จิ๊บ ๆ ไปเลยเมื่อเทียบกับการบินจากลอนดอนมากรุงเทพฯ ฮา  อาหารบนเครื่องอร่อยสุดหรู เสต็กเนื้อ และ ก็เนื้อแกะอบ แต่ไม่เห็นมีไวน์ขวดเล็ก ๆ เสริฟเหมือน British Airways เลยเนอะ จะได้จิ๊กมาเป็นของสะสมซะหน่อย

 

ใคร ๆ เขาว่าที่ KL นี่เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก สนามบินเขาก็ได้ชื่อว่าดีที่สุดในโลกสองปีซ้อน พวกฝรั่งน่าจะชอบใจเพราะภาษามาเลย์ใช้ตัวอักษรหรือตัวพยัญชนะภาษาอังกฤษทั้งหมด (เนื่องจากเคยเป็นเมืองขึ้น ว้าย) ต่อให้พูดไม่ได้ก็อ่านได้แน่นอน ง่ายกว่าภาษาไทยเราเยอะ ว่างั้นเถอะ ป้ายทะเบียนรถก็เป็นตัวภาษาอังกฤษเหมือนกัน ดูจากค่าเงินก็พอบอกได้ว่าเศรษฐกิจพี่แกคงแข็งปึกเอาการ 1 ริงกิตมาเลย์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 10 บาท หรือ 1 ดอลลาร์สหรัฐ แลกได้ประมาณ 3.35 ริงกิต โห ของไทยเรา 1 ดอลลาร์ ตั้ง 35 บาทแน่ะ เรามาดูจากสายตาของนักแปลแม่ลูกอ่อนคนนี้แล้วกัน

 

จากสนามบินไปโรงแรมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างทางเห็นต้นยางเยอะมาก ตอนแรกตกใจนึกว่ากำลังนั่งรถไปพัทยา หรือ บางแสน คือสองข้างทางมีแต่ลูกรังและต้นไม้ทึบ พอเข้าเขตเมืองก็มองเห็นว่ามีตึกระฟ้าเยอะมาก เป็นตึกคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงานเสียเป็นส่วนใหญ่ มองไม่เห็นบ้าน จริง ๆ แล้ววิวคล้ายย่านสวนพลู-สาทรน่ะ รถก็ติดเหมือนกันอีกต่างหาก ต่างกันก็ตรงที่คนขับหน้าตาแขก ๆ พูดภาษาอังกฤษ (ซึ่งเขาคุยว่าพูดกันได้ทั้งบ้านทั้งเมือง) สำเนียงแปลก ๆ หรือเรายังเรียนไม่ถึงก็ไม่รู้ ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่เลย คือ เป็นอังกฤษสำเนียงจีน และอังกฤษสำเนียงแขก (เคยเรียนแต่อังกฤษสำเนียงฝรั่งเศส เหอ เหอ) แล้วก็ต้องย้ำว่าตึกคอนโดนี่มันเยอะจริงๆ

 

ห้องพักที่โรงแรม Royale Bintang อยู่ชั้น 17 เล็กประมาณ 25 ตารางเมตรเห็นจะได้ ใช้พื้นที่กันคุ้มเหลือเกิน อึดอัดจะแย่ ดีหน่อยที่อาหารเช้าพอกินได้ หมายเหตุเป็นเพราะค่าห้องแพงแล้วยังคิดค่าอาหารเช้าเพิ่มอีก โหดโคตร ๆ ฝั่งตรงข้ามโรงแรมและข้างโรงแรมเองมีร้านขายของที่ระลึกเยอะมาก แถมยังมีห้างสรรพสินค้า ภัตตาคารเพียบ หน้าตาประมาณสีลมบ้านเรา เพียงแต่หน้าถนนกว้างกว่า แล้วก็ไม่มีรถไฟฟ้าพาดผ่านข้างบน ตอนกลางคืนสว่างไสวด้วยแสงไฟถึงประมาณสี่ทุ่ม มีแม่ค้าเร่ขายบริการนวดฝ่าเท้าเหมือนบ้านเรา แต่ไม่มีบาร์อะโกโก้แฮะ 7-11 ยอดฮิตก็มี ร้านรวงเหมือนบ้านเรามาก เช่น Boots, Watsan, Quardian

 

ไฮทไลท์ของที่นี่ ที่เขาบอกว่าถ้ามา KL แล้วไม่ได้ไป เหมือนจะมาไม่ถึง KL ก็คือเจ้าตึก Petronas Tower หรือตึกแฝดซึ่งเราเคยเห็นจากหนังเรื่อง Entrapment โชคดีที่มี่พี่พยาบาลคนไทยซึ่งไปทำงานอยู่ที่ออฟฟิศที่โน่นมาพาเราตระเวนก่อนกลับ เลยได้ไปเหยียบกะเขาหน่อย ตึกอะไรก็ไม่รู้ ดูใกล้ ๆ แล้วหน้าตาน่าเกลียดมาก เหมือนงูตะกั่วยักษ์ แหงนคอมองจนเมื่อย ไม่ได้ขึ้นไปข้างบน เห็นว่าให้คนขึ้นแค่วันละ 200 คนเท่านั้น ได้เดินตรงชอปปิ้งมอลล์ข้างล่าง ก็คล้ายพารากอนบวกเอ็มโพเรียม ในความหรูหรา มีร้านสินค้าแบรนด์เนมเกือบจะครบ ตั้งแต่ Chanel, Gucci, Prada, MNG, Hermes ที่สำคัญ ร้าน Roti Boy ต้นตำรับยังอยู่ ขายในราคา 1.5 ริงกิต ซึ่งเราไม่ยอมพลาด อ้อ หนังเรื่อง The Bourne Supremacy ที่นี่เพิ่งเข้าเมื่อวันที่ 27 กันยายน เองล่ะ เมืองไทยเข้าเมื่อ 9 สิงหาคม เราดูไปเป็นชาติแล้ว

 

ขากลับ คุณโชเฟอร์ใจดี (เป็นคนที่ทางออฟฟิศใช้ประจำ) พาวนไปดู Putra Jaya หรือเมืองใหม่ของเขา (โดยไม่คิดตังค์เพิ่ม) ฟังสำเนียงอาแปะแกไม่ค่อยออกอะนะ พอจับได้ว่าเป็นเมืองที่พวกเขาลงทุนกันไป 4000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เขาคุยด้วยว่าเป็นทำเนียบขาวของเขา) เพื่อสร้างสำนักงานของทางราชการทั้งหมด ได้แก่กระทรวง กรม สถานฑูต เหมือนเป็นเมืองหลวงย่อย ๆ มีดอกไม้ประดับประดาเต็มไปหมด ถนนสะอาดสะอ้าน สวยงาม ตึกก็ดูโอฬารตระการตาเหลือเกิน ลงไปเดินแล้วรู้สึกว่าตัวเล็กนิดเดียว เพราะตึกพี่แกใหญ่ไซส์ยักษ์ มีภูเขา ทะเลสาป ล้อมรอบ แหม ฮวงจุ้ยดีซะ ถ่ายรูปมาจนแบตเตอรรีหมดพอดี อย่างที่เห็น

 

ไปคราวนี้สะดวกรวดเร็วเพราะสัมภาระไม่เยอะ ลากเอาขึ้นเครื่องไปด้วย แล้วทำหน้าเศร้าให้คนแถวนั้นช่วยยกขึ้น-ลง Overhead compartment ให้ ก็ผู้หญิงนี่คะ

 

DSCN4885

3 Comments »

  1. เอ…….
    ลืมเล่าเรื่องอะ

    Comment by ekarin — October 17, 2007 @ 1:17 pm | Reply

  2. เรื่องคนที่มาคุยด้วยขากลับเนี่ย มีเคือง นะ ฮึ่ม ๆ ๆ ๆ

    Comment by ekarin — October 17, 2007 @ 1:18 pm | Reply

  3. เคืองไอ้คนที่มาคุยด้วยใช่ไหม หรือว่าเคืองเรา?? ที่ไม่เล่าเพราะเห็นว่าไม่ใช่สาระสำคัญน่ะ แบบว่าไม่สนใจเวลาคนมาจีบ 55555

    Comment by Blossom — October 19, 2007 @ 11:18 pm | Reply


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: