Blossom Stories : Enjoy every minute of life

September 23, 2007

แรงกดดัน แรงบันดาลใจ และ กำลังใจ

Filed under: Lifestyle — blossom2219 @ 10:37 pm

 

ดิฉันชอบเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่จำความได้ ด้วยการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจากพ่อกับแม่ซึ่งดิฉันขอกราบแทบเท้าขอบพระคุณทั้งสองท่านไว้ ณ ที่นี้ค่ะ เชื่อหรือเปล่าว่าครูสอนภาษาอังกฤษคนแรกของดิฉันก็คือพ่อ ซึ่งเป็นตำรวจ เป็นคนมีระเบียบวินัย และเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการศึกษามาก พ่อเคยเล่าให้ฟังว่าตอนเด็กพ่อเรียนเก่งจนมีชื่อขึ้นบอร์ดที่โรงเรียนวัดแถวบ้านพ่อ พอโตต้องไปเรียนต่อโรงเรียนใหม่ ไกลกว่าเดิมมาก พ่อบอกว่าได้ค่าขนมวันละหนึ่งบาทและต้องเดินไป ระหว่างนั่งรถไปบ้านย่า พ่อเคยชี้ให้ดูโรงเรียนนั้นกับบ้านที่พ่ออยู่ตอนนั้น ดิฉันรู้สึกทึ่งในความมุมานะเรื่องเรียนของพ่อเหลือเกิน เพราะมันไกลมาก ยังไม่รวมว่าถนนหนทางตอนนั้นลำเค็ญขนาดไหน ตั้งแต่นั้นมา ดิฉันจำได้ว่าไม่เคยมีวันไหนที่ไม่ตั้งใจเรียนหรือขี้เกียจ (ทั้งที่พ่อไม่ได้บังคับ เข้มงวดขนาดนั้น) แค่นึกว่าพ่อเคยต้องลำบากมากเพราะอยากไปเรียน แล้วเป็นคนส่งให้เราเรียนตอนนั้น ดิฉันนึกแต่ว่าต้องทำหน้าที่การเล่าเรียนของตัวเองให้ดีที่สุด ต้องไม่ให้พ่อแม่หนักใจ

 

อารัมภบทมาเสียนาน ไม่ได้จะมาพูดเรื่องวิชาการหรือการเป็นเด็กอัจฉริยะอะไรหรอกค่ะ เดี๋ยวก็จะพูดเรื่องหนังที่ได้ดูมา (อีกตามเคย ฮิๆ) แต่แค่อยากบอกว่าพ่อแม่ผู้ปกครองนั้นเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลกับตัวเด็กมากจริงๆ  ค่ะ อาจจะเป็นแรงบันดาลใจ กำลังใจ หรือเป็นแรงกดดันก็มี สำหรับดิฉันแล้วพ่อเป็นแรงบันดาลใจในเรื่องการศึกษา ความมีระเบียบวินัย การตรงต่อเวลา และก็ความเข้มแข็ง แม่เป็นกำลังใจแบบคู่หูคู่ฮาเคียงข้างกันมาตลอด และสองท่านไม่เคยกดดันดิฉันเหมือนที่พ่อแม่สมัยใหม่หลายคู่ทำกับลูกอยู่เลย

 

พ่อไม่เคยดูผลการสอบดิฉันแล้วบอกว่าทำไมไม่ได้ 4.00 ไม่เคยถามว่าทำไมสอบเข้าโรงเรียนสาธิตชื่อดังหรือโรงเรียนเตรียมฯ ไม่ได้ ส่วนแม่จะไม่ยอมให้อ่านหนังสือติดต่อกันนานเกินไปเพราะกลัวดิฉันเสียสติ ฮา (แม่บอกว่าเคยเห็นคนแถวบ้านโดดตึกตายเพราะสอบเรียนต่อหมอไม่ได้ ประมาณนั้น) แต่พ่อรู้ว่าชอบภาษาอังกฤษ ก็ช่วยไปหารายละเอียดการสมัครเรียนที่เอยูเอให้ (เขาว่าดี) เพราะสมัยนั้นดิฉันไม่ค่อยรู้อะไร รู้แต่ว่าอยู่ใกล้บ้าน พ่อเคยพาไปดูหนังฝรั่งแบบฟังไม่รู้เรื่อง อ่านซับไตเติ้ลก็ไม่ทันเพราะยังเด็กไปหน่อย ชอบหาวีดีโอที่พูดภาษาอังกฤษมาให้แบบไม่มีซับไตเติ้ล ก็ฟังไม่ออกอีก แล้วก็เคยไปขอหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์หรือเดอะเนชั่นของผู้กอง/สารวัตรข้างบ้านที่อ่านแล้วมาให้หัดอ่าน จบด้วยการติดเคเบิลราคาชาวบ้านให้ดู เพราะเห็นมีพวกซิทคอมที่ดิฉันชอบ พ่อดิฉันพยายามทำหน้าที่พ่อและให้การสนับสนุนเรื่องการเรียนของดิฉันอย่างดีที่สุดจริง ๆ

 

ตอนขึ้น ม.4 ดิฉันเลือกสายศิลป์-ฝรั่งเศส ที่คงทำเอาพ่อกับแม่อึ้งกิมกี่ว่ามันจะเรียนไปทำไมฟะ ญาติโกโหติกาอยู่เมืองนอกเมืองนาก็ไม่มี ภาษาฝรั่งเศสเศษฝรั่งอีร้องก๊องแก๊งนี่เรียนไปใช้ทำอะไรก็ไม่รู้ แต่ก็ไม่ว่าอะไรอีกเหมือนกันเพราะท่านบอกแต่ว่าเลือกเองเรียนเอง ไม่ได้ไปสอบไปเรียนด้วย ดิฉันยิ่งรู้สึกว่าต้องพยายามเรียนให้ดีเพราะเส้นทางนี้เราเลือกเอง ไม่ได้มีใครบังคับ แต่ในใจดิฉันบอกตัวเองได้แล้วว่าไม่ชอบเรียนเลข ไม่ชอบวิทยาศาสตร์ จะไม่ขอทู่ซี้เรียนสายวิทย์เป็นอันขาด (ถึงต่อให้เรียนจริง ๆ ก็ไม่มีทางสอบตกก็ตาม) พ่อแม่ดิฉันไม่เคยกดดันว่าอยากให้เข้าจุฬาฯ หรือ ธรรมศาสตร์ ได้ ดิฉันเองก็ไม่เคยกดดันตัวเองเช่นกัน คติประจำใจที่ท่องไว้ก็คือ ทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง ถ้ารู้ว่าทำเต็มที่ เต็มความสามารถแล้วก็จะไม่มีวันเสียใจ ดิฉันไม่ใช่ประเภท ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น อันนี้กดดันกันเห็น ๆ คือต้องพยายามมันเรื่อยไป ให้มันสำเร็จให้ได้ ก็ถ้าพยายามเต็มที่แล้ว ไม่สำเร็จแล้วไม่ตายก็ช่างมัน ดิฉันว่างั้น

 

ดิฉันเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง Ice Princess ของวอล์ท ดิสนีย์ เมื่อไม่นานมานี้เอง ไม่รู้ว่าหนังลงโรงหรือออกโรงไปตอนไหน นางเอกโนเนม หน้าปกธรรมดา ไม่ได้ซื้อซักที แต่แล้วพอได้ดูก็ประทับใจเกินคาด จนต้องขอขยายค่ะ สัญญาว่ามันเกี่ยวกับประเด็นที่พูดไว้ข้างบนแน่นอน ไม่เชื่ออ่านต่อไปก่อน

 

เรื่องของเรื่องคือ นางเอกเป็นเด็กเรียนที่แม่ปลูกฝัง วางรากฐานและกดดันจะให้เข้าฮาร์วาร์ดให้ได้ น้องหนูเธอก็เห็นงาม อีกคนแม่เป็นแช้มป์เสก็ตลีลา ก็เทรนลูกสาวตั้งแต่เด็กกะจะให้คว้าแช้มป์ระดับประเทศให้ได้ ซ้อมหนักมาก และด้วยการฝึกฝน อีหนูคนนี้ก็ไปได้สวย อย่างที่แม่เธอบอกไว้ว่า 9 ใน 10 ของการเป็นแช้มป์กีฬาประเภทไหน ๆ ล้วนได้มาจากความพยายามฝึกซ้อม โดยไม่คิดเลยว่าจริง ๆ แล้วลูกชอบหรือเปล่า หรือใจรักหรือเปล่า ขณะที่แม่หนอนหนังสือของเรามีเหตุต้องมาเรียนสเก็ตเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีทางฟิสิกส์แล้วดันเกินติดใจอย่างมาก จนพยายามอดหลับอดนอน เก็บหอมรอมริบ ซ้อมกับเขา ดิฉันว่าหนังเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้ปกครองที่ชอบกดดันลูกอย่างมากเหลือเกิน และเป็นตัวอย่างที่ดีของเด็กที่กล้ายืนหยัดแม้จะขัดใจผู้ปกครอง เพื่อบอกว่าพวกเขาไม่ได้ชอบสิ่งนั้น ๆ

 

พ่อแม่เองไม่ได้ผิด ในฐานะแม่คนหนึ่งดิฉันกล้ายืนยันได้เลยว่าคนเป็นพ่อแม่พยายามหยิบยื่นสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกเสมอ แม่ของเด็กเรียนอยากให้ลูกเข้าฮาร์วาร์ดเพราะรู้ว่าจบแล้วมีงานดี เงินดีรออยู่มากมาย ขณะที่แม่แช้มป์เสก็ตก็อยากดันให้ลูกได้แชมป์เพราะเชื่อในการฝึกหนัก ไม่มีอะไรเกินความพยายามฝึกซ้อม และรู้ถึงเกียรติยศแห่งชัยชนะ แต่ลูกของสองคนกลับเลือกทางเดินตัวเองที่ขัดกับความฝันแม่ ประเด็นซึ้งและถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก นางเอกหน้าตาไม่ค่อยสวยค่ะ แต่เล่นเสก็ตเก่งเชียว มีภาพสวย ๆ จากการแข่งกีฬาประเภทนี้เยอะ แล้วก็ Joan Cusack แสดงได้ไร้เทียมทานจริง ๆ

 

ในความเป็นแม่ของตัวเอง ดิฉันกล้ายืนยันว่าไม่เคยกดดันลูก ตอนแกอายุ 1 ขวบ ยังเดินไม่ได้ ดิฉันว่าไม่สำคัญ 2 ขวบ ยังใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ยังไม่ไปโรงเรียน ดิฉันว่าไม่เห็นต้องรีบร้อน ไม่เคยจะเอาแกไปเปรียบเทียบกับใคร 3 ขวบ ไปโรงเรียน หลายคนถามว่าทำไมไม่ส่งเรียนอนุบาลชื่อดังที่สอนภาษาอังกฤษตั้งแต่เล็ก เลวร้ายกว่านั้นคือ ทำไมดิฉันไม่พูดภาษาอังกฤษกับลูก หรือภาษาฝรั่งเศส ลูกจะได้เก่งภาษา เฮ้ย อะไรกันนี่

 

ดิฉันไม่เคยหวังเลยแม้แต่นิดเดียวว่าลูกจะต้องเรียนเก่ง หรือ เก่งภาษาอังกฤษขนาดมาช่วยกันแปลหนังสือขายได้ ถ้าโตขึ้นแล้วเขาตกวิชานี้ ดิฉันคงถามว่าเป็นยังไง แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย ดิฉันอยากให้ลูกมีทักษะในการสื่อสารได้ดีมากกว่าเพื่อจะได้คุยกันได้รู้เรื่องว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร รู้สึกยังไง ปวดท้อง ปวดฉี่ ปวดอึ หิว หรือเมื่อย ซึ่งภาษาไทยก็มากพอ  ไม่แน่ใจว่าผู้ปกครองสมัยใหม่เขาเอาปมด้อยตัวเองมากดดันลูกกันมากเกินไปหรือเปล่า ดิฉันแค่อยากให้ลูกเอาตัวรอดได้ในสังคม อดทนและเข้มแข็งพอที่จะเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ได้เท่านั้นเอง ไม่ได้อยากให้เป็นอัจฉริยะหรอกค่ะ

  

2 Comments »

  1. แม่มันเก่งอยู่แล้วล่ะ ถูกใจประโยคนี้จัง
    "ไม่แน่ใจว่าผู้ปกครองสมัยใหม่เขาเอาปมด้อยตัวเองมากดดันลูกกันมากเกินไปหรือเปล่า"

    Comment by ekarin — October 4, 2007 @ 3:02 pm | Reply

  2. Glad you liked it and happy to know that someone came to read what I wrote. Miss you in KL. 

    Comment by Blossom — October 4, 2007 @ 3:19 pm | Reply


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: