Blossom Stories : Enjoy every minute of life

April 11, 2007

ตอนจบที่เจนีวา

Filed under: Travel — blossom2219 @ 4:15 am

๑๐ เมษายน ๒๕๕๐

 

มิตรรักแฟนเพลงทุกท่านคะ คืนนี้จะซุกหัวนอนที่เจนีวาเป็นคืนสุดท้ายแล้วค่ะ คืนพรุ่งนี้จะไปนอนในเครื่องบินโบอิ้งเจ็ดสามเจ็ดกลับไปประเทศไทย ไชโย ของเราซะที เกือบหกสิบวันหกสิบคืนในบ้านเมืองที่ศิวิไลซ์ ร่ำรวย และ สวยงาม

 

ที่นี่ศิวิไลซ์จริง ๆ ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การคมนาคมขนส่ง วัฒนธรรม ค่านิยม ความเป็นอยู่ของผู้คน อย่างที่เล่ามาตลอด ที่นี่ร่ำรวยจริง ๆ เหมือนกัน เมืองเล็ก ๆ ที่ประชากรอยู่ไม่ถึงห้าแสนคน แต่มีงบประมาณแต่ละปีในการพัฒนาและบริหารเยอะมาก ค่าครองชีพสูงลิบลิ่วไม่แพ้คุณภาพชีวิต และที่นี่สวยงาม สงบร่มรื่น อาคารบ้านเรือน ตึกรามบ้านช่องดูเก่าแก่ มีเสน่ห์น่าหลงใหล แต่ก็สะอาดสะอ้าน เป็นระเบียบเรียบร้อย มองไปทางไหนก็เจริญหูเจริญตาจริง ๆ ค่ะ ขอแสดงความชื่นชมอย่างจริงใจไว้ ณ ที่นี่

 

อันว่าศิลปินในดวงใจดิฉันก็ยังเป็นแม่หนูทาทา ยัง ไม่เปลี่ยนแปลงหรอกนะคะ แต่ตอนนี้เพลงที่โดนใจน่ะ กลายเป็นเพลงเพื่อชีวิต ของเฮียพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ที่ชื่อเพลงคิดถึงบ้าน แล้วก็อีกเพลงหนึ่งของใครก็ไม่ทราบจริง ๆ แต่เนื้อท่อนหนึ่งบอกว่า มองดูดวงดาว ก็คงเป็นดาวดวงเดียวกัน มองดูดวงจันทร์ ก็เหมือนกับจันทร์ที่บ้านเรา ยามนี้ฉันเหงา…คิดถึงบ้าน มองไปทางใด ก็ดูวุ่นวายและวกวน มองดูผู้คน ก็เหมือนกับคนไม่รู้จักกัน ยามนี้ฉันฝัน…คิดถึงบ้าน ประมาณนี้ค่ะ จริง ๆ ตัวดิฉันเองไม่มีอุปกรณ์ไฮเทคอะไรจะเอามาฟังเพลงได้ คือ เปิดไม่ค่อยเป็น กลัวทำเจ๊งเสียดายของ แต่เพลงนี้สามีร้องให้ฟังทางโทรศัพท์เมื่อวันก่อนที่คุยกัน น้ำตาซึมเลย ไม่ใช่เพราะเขาร้องไม่เพราะนะคะ แต่มันโดน

 

อยู่ที่นี่ ให้อยู่จริง ๆ ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าอยู่ได้ (เพราะบังเอิญว่าเรามีทั้งเงินและที่พักอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วย) ไม่ได้มีใครเขามาทำร้ายจิตใจหรอก แต่ผู้คนบ้านเขาตัวใครตัวมันจริง ๆ แล้วพอดีว่าเรามาคนเดียว โดดเดี่ยวอินเจนีวาด้วยมั้ง ก็เลยเหนื่อยกับความว่างเปล่าของคนที่นี่ เวลาขึ้นรถเมล์ ถ้าเห็นคนคุยกันจุ๊กจิ๊ก บอกได้เลยว่านั่นไม่ใช่คนที่นี่ เพราะคนที่นี่จริง ๆ จะมาเดี่ยว ต่างคนต่างมา ขึ้นรถอ่านหนังสือพิมพ์ ฟังเพลงมีโลกส่วนตัว คำว่าน้ำใจกับเกรงใจไม่ต้องหา เป็นคำที่มีแต่ในประเทศไทยและคนสัญชาติไทยจริงๆ ขนาดผู้หญิงอุ้มลูกขึ้นรถเมล์มา หรือคนแก่หลังโกงยืนขาสั่นมือไม้สั่น ยังไม่มีใครลุกให้นั่งเลย เราก็ได้แต่ยืนมอง แบบว่าเห็นใจ เวลาซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตหนักแทบแย่ ก็ไม่มีคนช่วย พนักงานที่นี่ทำหน้าที่เพื่อเงินจริงๆ แต่ไม่มีน้ำใจช่วยเหลือ ไม่มีการช่วยเปิดประตูให้ กดลิฟท์ให้ เรื่องช่วยถือของไม่ต้องหวัง ปากกัดตีนถีบอย่างที่พี่เขาว่าไว้จริง ๆ ที่คอนโด บ้านเราลุงยามจบป 6 เห็นแม่เราหิ้วของ รีบช่วยถือกดลิฟท์ให้  บางทีหิ้วมาส่งถึงหน้าห้องเลย ไม่เคยต้องทิปสักครั้งเดียว  คนที่นี่บางทีเห็นอยู่แล้วว่าเรากำลังเดินจะมาขึ้นลิฟท์ไปทำงานชั้นเดียวกัน เธอกดปิดลิฟท์เฉย เอ้ากะมันดิ

 

จากมานาน คิดถึงจังเลย หอมเจ้าเอยละอองท้องถิ่น อยากกลับไปแนบซบไอดิน บ้านรำพึงคิดถึงเสมอ ขออีกนิดเถอะ บ้านเราถึงจะไม่รวยเท่านี้ ขสมก ไม่ได้ทันสมัยตรงเวลาเท่านี้  อากาศเหม็นควันรถติดไปหน่อย แต่ดิฉันก็ไม่เคยหมดรักกรุงเทพฯ และประเทศไทยเลย ต่อให้มีครอบครัว คนที่เรารักมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาที่นี่ ก็แน่ใจว่ายังอยากกลับเมืองไทย เพราะที่ไหนเลยจะให้ความรู้สึกของคำว่า บ้านเกิดเมืองนอน และ แผ่นดินแม่ ได้ดีเท่า อยากกลับไปฟังเพลงชาติและเคารพธงชาติตอนหกโมงเย็นที่สวนลุม ซึ่งคุณลูกสาวจะวิ่งเล่นอยู่ที่ลานตะวันยิ้ม ลูกเด็กเล็กแดง แม่ค้าพ่อค้า ทุกคนแถวนั้น ยืนตรงกันหมด  อยากฟังเพลงสรรเสริญพระบารมีก่อนดูหนังในโรง (หนัง) อยากมีข่าวในพระราชสำนักดูตอนสองทุ่ม และเหนือสิ่งอื่นใดตอนนี้ อยากเห็นหน้าลูกและสามี แบบตัวเป็น ๆ ตัวจริงเสียงจริง ถึงเราจะไม่ได้จุ๊บแก้มซ้ายขวากันสามครั้งเพื่อทักทายกันเหมือนคนที่นี่ แต่ดิฉันรู้ว่า กลับบ้านเรา รักรออยู่ สู่อ้อมใจ ของบ้านเก่า สู่ลำเนา ของบ้านเกิด

 

บาย บาย ค่ะเจนีวา ถ้ามีโอกาสคงได้กลับมาเยือน

 

 

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: