Blossom Stories : Enjoy every minute of life

March 30, 2007

เที่ยวฝรั่งเศสอีกรอบ

Filed under: Travel — blossom2219 @ 3:56 am

สวิสเซอร์แลนด์ ดินแดนโรแมนติกกลางทวีปยุโรปนี่ มีพรมแดนติดตั้งหลายประเทศ ก่อนจะมาก็อุตส่าห์ตะเกียกตะกายขอวีซ่าเชงเก้น (ราคาหกสิบยูโร ประมาณเกือบสามพันบาทแน่ะ) เพราะกะว่าจะได้มีโอกาสไปประเทศอื่น ๆ ในแถว ๆ นี้ด้วย บังเอิญมีคนรู้จักอยู่ที่บรัสเซลล์ด้วย เพื่อนสมัยเรียนด้วยกันบ้านอยู่เวียนนาก็มี แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ได้ไปแต่ฝรั่งเศสนี่ล่ะค่ะ (แหม ฝรั่งเศสก็ไม่ต้องน้อยใจไปนะตัวเอง) เพราะประเทศอื่นไกลไปหน่อย ถ้าไปเครื่อง (บิน) ค่าตั๋วก็แพง นั่งรถไฟก็นานมาก อย่าง นั่งไปเวียนนา ประเทศออสเตรีย สิบสี่ชั่วโมง แล้วคราวนี้ไม่ได้มาเที่ยว วันจันทร์ถึงศุกร์ต้องทำงานวันละแปดชั่วโมงเป็นอย่างน้อย แบบห้ามป่วย ห้ามลา ห้ามบ้า ห้ามตาย ว่างแค่เสาร์อาทิตย์ ไม่มีวันหยุดเทศกาลอะไรกับเขาเลย เป็นช่วงที่เหมาะเจาะจริง ๆ กว่าจะถึงวันเสาร์แทบหมดแรงมาม่า จะให้นั่งรถไกล ๆ ไปเที่ยวก็ไม่ไหว ขอทัวร์เจนีวานี่แหละ ไม่ให้ได้ชื่อว่าใกล้เกลือกินด่างแล้วกันเอ้า ฝรั่งเศสก็สวยดี ภาษาเขาก็พูดได้ไม่ลำบากด้วย

            เสาร์นี้เราตั้งใจจะไปเที่ยวเมือง Yvoire ของฝรั่งเศสซึ่งอยู่ติดทะเลสาปเจนีวา แต่เป็นฝั่งทางฝรั่งเศส (ตามคำแนะนำของคนแถวนี้ตามเคยค่ะ แหม สมัยเรียนวัฒนธรรมฝรั่งเศสก็ไม่เคยได้ยินชื่อเมืองนี้หรอกค่ะ) ทะเลสาปเจนีวาหรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่าทะเลสาปเลมังนี่เขาว่าใหญ่ที่สุดในยุโรป ความยาวห้าร้อยกิโลเมตรกว่า ๆ สามร้อยกว่ากิโลเมตรอยู่ในเขตสวิส ทีเหลืออยู่ในฝรั่งเศส เป็นทะเลสาปที่น้ำใสและใหญ่โตจนนึกว่าเป็นทะเลทุกที เพราะมันใหญ่มาก ถ้าเป็นฤดูร้อนจะมีเรือท่องเที่ยว ข้ามฟากจากเจนีวาไปเมือง Yvoire (อ่านว่าอีวัวร์) ของฝรั่งเศสด้วย แต่เนื่องจากช่วงที่มาอยู่ที่นี่เป็นหน้าหนาว ไม่มีเรือออกจากท่าในเจนีวา เลยต้องนั่งรถไฟจากเจนีวาไปต่อที่เมือง Nyon ในสวิสนี่แหละ แล้วก็ค่อยนั่งเรือจากเมือง Nyon ไป Yvoire ระยะทางนั่งเรือจะสั้นลง คงเพราะมันหนาวเกินละมั้ง ถ้านั่งนาน

รถไฟจากเจนีวาไป Nyon ใช้เวลาแค่สิบนาที ค่าตั๋วไปกลับ 15.60 ฟรังก์ ซื้อที่สถานีรถไฟใกล้บ้านเรา มีรถออกเกือบทุกยี่สิบนาที ขึ้นรถไฟห้ามหลับเพราะมันจอดแป็บเดียว ถึงปุ๊ปต้องรีบลง ถ้านั่งเลยไปเดี๋ยวนายตรวจมาดูตั๋วก็จะโดนปรับ เพราะเราไม่ได้ซื้อตั๋วไปไกลกว่านั้น Nyon เป็นเมืองเล็ก ๆ แต่เจริญรุ่งเรืองไปด้วยห้างสรรพสินค้า ตลาดนัดวันหยุด คล้ายเจนีวา แต่เงียบสงบกว่า ไม่มีรถเมล์ รถรางวิ่ง ไม่มีร้านอาหารต่างชาติเยอะแยะยุบยับเหมือนในเจนีวา แต่เชื่อหรือเปล่าว่าเราไปเจอคนไทยที่นั่นด้วย เย้

พอดีว่าเราหาห้องน้ำ แล้วพอดีพี่เขาเดินตามหลังเรามาตรงบันไดเลื่อน พูดภาษาไทยกัน เราหันขวับทันที ขอโทษค่ะ ห้องน้ำอยู่ไหนคะพี่ พี่เขาก็แสนดีเห็นว่าในเมืองนี้หายากเหลือเกิน เลยให้พี่อีกคนพาไปเข้าที่บ้านเขาซึ่งอยู่ไม่ไกล จริง ๆ แทบจะตรงข้ามห้างนั่นเอง พี่เขาแต่งงานกับหนุ่มสวิสอยู่มายี่สิบปีแล้ว มีน้ำใจชวนกินข้าวกินปลา ตอนเข้าไปบ้านเขาเห็นธงชาติไทยกับรูปในหลวง น่าอบอุ่นใจจริง ๆ ไม่เหมือนคนไทยไฮโซในเจนีวาที่แบบว่าเดินสวนกันก็ไม่กล้าทัก ยังกับกลัวจะขอความช่วยเหลือแน่ะ

เคาน์เตอร์ขายตั๋วตรงท่าเรือปิดสนิท เล่นเอาใจหายใจคว่ำ แต่เขาเขียนป้ายบอกให้ซื้อตั๋วบนเรือได้ ไม่คิดตังค์เพิ่ม เรือมาตรงตามเวลาที่ระบุไว้ในตาราง มีคู่สามีภรรยาชาวอังกฤษมารอขึ้นเรือจะข้ามไป Yvoire เหมือนกัน ส่งภาษาคุยกันตามประสานักท่องเที่ยว และหลอกให้เขาช่วยถ่ายรูปให้ด้วย แฮะ แฮะเมือง Yvoire นี่แสดงว่าคงเป็นเมืองที่สวยน่าเที่ยวใช้ได้เพราะไม่ได้มีแต่เราที่อยากมา ซื้อตั๋วบนเรืออีก 18 ฟรังก์ เป็นตั๋วไปกลับ เรือหรูหราน่าดู นั่งสบาย ทั้งลำมีกันแค่สี่คนนี่แหละ ปักธงสวิสไว้ด้านหนึ่ง ธงฝรั่งเศสไว้อีกด้านหนึ่ง แล้วแต่ว่ากำลังจะแล่นไปไหน เรือแล่นเรื่อย ๆ ใช้เวลาประมาณสิบห้านาทีก็ข้ามมาถึงเมือง Yvoire น้ำในทะเลสาปสีฟ้าใส ยังกับทะเล น้ำเยอะ มีคลื่นเป็นลอนด้วย นึกว่าทะเลทุกที ไม่เชื่อลองดูรูปที่ถ่ายมาแล้วกันค่ะ

เมืองนี้เพิ่งฉลองครบ 700 ปีไปเมื่อปีที่แล้ว อายุประมาณสุโขทัยบ้านเรา เป็นเมืองยุคกลาง บ้านเรือนทำด้วยหินดูโบราณดีจัง วันที่ไปอากาศเย็นเป็นพิเศษทั้งที่จะหมดฤดูหนาวอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเมืองนี้อยู่ติดทะเลสาป ลมแรงเอาเรื่อง อุณหภูมิสี่องศา เห็นถ่ายรูปริมทะเลสาป เหมือนพัทยาบ้านเรา จริง ๆ แล้วปากสั่นกึก ๆ แก้มชาจนไม่อยากจะยิ้ม ถ้าไม่มีถุงมือกับหมวกคงแย่แน่ แต่ก็บ่ยั่น ต้องโพสท์ท่าถ่ายรูปมาให้ดูเพราะคงไม่ได้มาบ่อย วันที่ไป ชาวเมืองเริ่มตื่นตัวกับฤดูใบไม้ผลิ พากันเอาดอกไม้สีสวยฉูดฉาดมาปลูก ห้อยไว้ในกระถางตามหน้าต่างบ้านเรือนเต็มไปหมด เหมือนพร้อมใจกันทำให้เมืองเขาสวยรับนักท่องเที่ยวเลย

ทั้งเมืองมีอยู่แค่บริเวณตรอกซอกซอยใกล้ทะเลสาปกระจุ๊กเดียวนี่แหละที่เดินเที่ยวได้ เลยไปเห็นเป็นทุ่งนาป่าเขา ชาวบ้านเลี้ยงไก่กันเต็ม มีปราสาทหลังใหญ่แต่เขาก็ไม่ได้เปิดให้เข้า ไม่มีห้างสรรพสินค้า ร้านขายของที่ระลึกมีอยู่ประมาณสามสี่ร้าน ร้านสินค้าหัตถกรรมเยอะ เครื่องปั้นดินเผา งานไม้สีสวย สบู่ เทียนหอม ร้านอาหารเยอะ สไตล์ภัตตาคารหรูหรา ส่วนมากจะเน้นปลา เพราะอยู่ติดทะเลสาป มีคนบอกเคล็ดลับให้เลือกร้านที่เข้ามาด้านในหน่อย เพราะร้านที่อยู่ริมทะเลสาปจะคิดค่าบรรยากาศเลยแพงมาก เราก็หากันจนในสุด ได้ร้านถูกใจ ราคาไม่แพงมาก แถมของหวานไปไอศกรีมสองลูก กินกันแก้มย้อยเลย บรรยากาศร้านก็น่ารัก ของที่ระลึกที่นี่หน้าตาคุ้นอีกแล้ว เหมือนตลาดนัดจตุจักรบ้านเราอย่างมาก เป็นเรซินรูปปลาโลมาสีฟ้าสดใส ตุ๊กตากลาสีหรือโจรสลัดทำด้วยเรซิน (คนที่บ้านน่าจะนึกออกว่าหมายถึงไอ้ชุดหกตัวที่เราไปต่อราคากันมาน่ะ) เลยไม่ได้เสียตังค์ซื้อมา

เป็นเมืองเล็ก ๆ ไม่ไกลจากเจนีวามาก เดินทางก็ไม่ลำบาก ไม่ต้องเหนื่อย ไม่มีคนตรวจวีซ่าหรือด่านตรวจคนเข้าเมืองอะไร อาศัยมานั่งเรือข้ามทะเลสาปชมบรรยากาศก็คุ้มแล้ว มีเรือกลับไปที่ Nyon เที่ยวสุดท้ายตอนบ่ายสามโมงครึ่ง ถ้านั่งเรือข้ามไปตั้งแต่เช้าก็เดินเล่น ซื้อของ หาอาหารกินได้ทั้งวัน เวลาเหลือเฟือ เห็นเขาว่าหน้าร้อนคนจะเยอะและอะไร ๆ จะคึกคักกว่านี้มาก แต่เราคงรอจนหน้าร้อนไม่ไหวหรอก จะกลับแล้ว เลยของมาชำเลืองอารยธรรมของเขาซะหน่อย ไม่ผิดหวังค่ะ ถ้าไม่เชื่อเรา เข้าไปดูเว็บเขาเองก็ได้นะ http://www.yvoiretourism.com/chapitre8_fr_1.html

 

 

           

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: