Blossom Stories : Enjoy every minute of life

March 21, 2007

อะไรเอ่ย กินฟรี เที่ยวฟรี มีตังค์เหลือ

Filed under: Travel — blossom2219 @ 3:20 am

 จะว่าไปแล้วการได้มาอยู่หรือมาเที่ยวเมืองนอกเมืองนานี่คงเป็นความฝันของใครหลายคนที่บ้านเราเนอะ เพราะฟังดูแล้วมันช่างสวยหรูดูไฮ (โซ) ยิ่งถ้าได้มาแถบยุโรป อย่างสวิสเซอร์แลนด์นี่คงสุดยอด เวลาเห็นฉากในหนังไทยหรือละครไทยที่มาถ่ายทำที่นี่ แหม โรแมนติกซะไม่มี แต่ถ้าให้มาเอง (อย่างคราวที่เคยแอบหนีมาเนี่ย) ก็คิดเป็นเงินหลายหมื่นอยู่ ต้องเก็บกันอยู่นาน เพราะฉะนั้น ข้อดีอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดของการมาทำงานที่เจนีวาของเราก็คือ การที่ไม่ต้องเสียสตางค์ซักบาทเดียว มีที่พักอย่างดี ไม่ต้องไปหาเกสท์เฮ้าส์ถูก ๆ แบบฝรั่งขี้นก บินสายการบินสุดหรูนั่งสบาย แถมมีเงินให้ใช้ตลอดการเดินทางและการพัก พอจะตัดอกตัดใจจากความคิดถึงบ้านและคนที่บ้านได้ก็หาโอกาสเปิดหูเปิดตาตัวเองซะหน่อยด้วยการไปเยี่ยมชมเมืองบ้านใกล้เรือนเคียงของเจนีวา

 

ก่อนจะลืมต้องบอกก่อนว่าจริง ๆ แล้วประเทศสวิสเซอร์แลนด์มีพรมแดนติดถึงสามประเทศ คือ ฝรั่งเศส อิตาลี และ เยอรมัน และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ในประเทศนี้มีภาษาที่ใช้ในประเทศถึงสามภาษาตามสามประเทศนี้ ตามส่วนของประเทศที่ตั้งอยู่ติดกับพรมแดนของอีกประเทศหนึ่ง อย่างเจนีวากับโลซานนี่ติดฝรั้งเศสก็เลยใช้ภาษาฝรั่งเศส (ที่ทำงานดิฉันเนี่ยห่างจากเขตประเทศฝรั่งเศสแค่สามกิโลเมตรเองค่ะ) ซูริคซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในสวิสและเบิร์นซึ่งเป็นเมืองหลวงใช้ภาษาเยอรมัน เพราะติดกับประเทศเยอรมัน ฟังแล้วเหมือนเป็นประเทศใจง่ายนะเนี่ย อยู่ใกล้คนไหนก็พูดภาษาคนนั้น รายการโทรทัศน์ที่นี่มีหลายช่องให้เลือก หลายภาษาด้วย เข้าใจภาษาไหนก็ฟังช่องภาษานั้น ภาษาอังกฤษไม่มีนะขอบอก สาเหตุที่เราไม่ได้ไปประเทศอื่น ๆ อย่างอิตาลีกับเยอรมัน ก็เพราะมันออกจะไกลออกไปหน่อยและเราก็พูดภาษาเขาไม่ได้ แต่ฝรั้งเศสพอถูไถอย่างที่บอก ไม่อดตายแน่

 

ด้วยความที่ต้องมาทำงานนาน ก็มีเพื่อนที่ทำงานซึ่งเป็นคนท้องถิ่นและพอจะใจดีน่าคบอยู่บ้างแนะนำเรื่องการท่องเที่ยวให้พอสมควร ให้คำแนะนำเรื่องการเดินทางว่าต้องไปยังไง ซื้อตั๋วที่ไหน ก็ดีไปอย่าง (จะดีมากถ้าเขาขับรถพาไป ไม่ใจดีเหมือนคนไทยเลย)  แน่นอนว่าเป็นข้อมูลที่ดีกว่าจะได้จากนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวแค่ผิวเผินอยู่แล้ว ถ้าขลุกกันอยู่แต่กับเพื่อนจากเมืองไทยด้วยกันก็คงไม่รู้จะไปไหนนอกจากกางแผนที่หลงกันมั่วในเจนีวานี่แหละ เขาแนะนำให้ไปเที่ยวเมือง Annecy (อ่านว่าอานซี) ในฝรั่งเศส เราก็ไปค้นข้อมูลดูหน้าตาเมืองและที่ตั้งว่าเป็นยังไง ดูแล้วน่ารักดี ที่สำคัญไม่ไกลมากด้วย ห่างจากเจนีวาไปประมาณห้าสิบกิโลเมตร ถ้าขับรถคงประมาณครึ่งชั่วโมง แต่มีรถทัวร์วิ่งจากเจนีวาไปที่นี่ด้วย ค่ารถไปกลับ 33 ฟรังก์ ถูกกว่าตอนไปโลซานน์อีกแน่ะ ว่าแล้วเราก็จัดโปรแกรมทัวร์สำหรับวันเสาร์ซึ่งไม่ต้องทำงานไว้พร้อมสรรพ

 

อย่างที่เคยบอกว่าโรงแรมที่เราพักอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในเจนีวา แล้วเจนีวาเป็นเมืองเล็ก ๆ สถานีรถไฟเป็นเหมือนศูนย์กลาง ก็กลายเป็นว่าเราก็อยู่ตรงศูนย์กลางไปด้วย อะไร ๆ ก็ใกล้บ้านเราทั้งนั้น รวมทั้งท่ารถที่จะขึ้นรถทัวร์ด้วย เราไปซื้อตั๋วกันก่อนวันเดินทาง ถามทางจาก Receptionist ที่โรงแรม เธอว่าไม่ไกลมาก เดินไปเลี้ยวซ้าย อยู่ซ้ายมือก็เห็นมีรถบัสจอดเต็มเลย เราก็ตามนั้น ตั๋วราคา 33 ฟรังก์จริง ๆ มีตารางเวลารถออกให้ดู จะขึ้นคันไหนเวลาไหนตามสะดวก ขากลับก็ขึ้นที่เดียวกันกลับมาที่เจนีวาได้ นั่งรถทัวร์จากเจนีวาไป Annecy ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงนิด ๆ แล้วแต่การจราจรและความซิ่งของคนขับ แต่ก็นั่งไม่ทันเมื่อยหรอก วิวสองข้างทางสวยมาก ผ่านบ้านเรือนของชาวฝรั่งเศส มีตัวอีมู ม้า ให้ดูสองข้างทางด้วย เห็น Carrefour ด้วยนะ ฮา แต่สาขาอานซี ไม่ใช่พระรามสี่อะ เส้นทางเลี้ยวซ้ายขวา คดเคี้ยววนเวียน ซอกแซก และยังมีขึ้นเขาลงเขาให้เห็นเป็นเหวลึกสองข้างทางเหมือนเวลาขับรถขึ้นไปทางเหนือบ้านเราด้วย

 

อย่างที่เคยเล่าว่าขนส่งมวลชนที่นี่สะดวก ก็สะดวกจริง ๆ นะ อย่างจะนั่งรถข้ามประเทศอย่างนี้ก็มีบริการ ไม่ต้องเสียตังค์ซื้อตั๋วเครื่องบินให้ยุ่งยาก รถจอดแวะรับคนกลางทางเหมือนรถทัวร์บ้านเราแหละ ซื้อตั๋วกับคนขับก่อนขึ้น รับทั้งเงินสดและเช็ค เซ็นกันสด ๆ เห็น ๆ ทั้งรถก็มีแต่เราหัวดำกันสองคน แต่เขาก็ไม่ได้ตรวจพาสปอร์ตหรือวีซ่าอะไรเลยนะ คงเห็นว่าพูดภาษาฝรั่งเศสได้ และคนเจนีวาจะหลากหลายเชื้อชาติอยู่แล้ว

 

เราก็เพิ่งจะเคยได้ยินชื่อเมือง Annecy เป็นครั้งแรกก็ตอนอยู่ที่นี่แหละ เรียกว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวตากอากาศ พักผ่อนหย่อนใจของคนแถวนี้คงได้ และเป็นเมืองที่สวยมาก ๆๆๆๆๆๆ ขอบอก ไม่เชื่อก็ดูในรูปที่ถ่ายมาเป็นการยืนยัน ขนาดหน้าหนาวยังสวยได้ขนาดนี้เลย น่าแปลกที่เวลาบริษัททัวร์ไทยจัดท่องเที่ยวยุโรป ไม่เห็นจะรวมเมืองนี้เข้าไปในโปรแกรมด้วย ทั้งที่อะไร ๆ ก็ไม่แพง ค่ารถทัวร์ก็ถูก มาลงถึงกลางเมืองเลย รู้สึกดีใจที่ได้มาเยือนที่นี่ ดีกว่าจะไปปารีส หอไอเฟล ประตูชัย หรือ พระราชวังแวร์ซาย เพราะที่นั่นคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว และดูธรรมดาไปซะแล้ว เพราะมีคนไทยอยู่เต็มไปหมดเลย

 

ดูเหมือนว่าเรากับเพื่อนจะเป็นนักท่องเที่ยวหัวดำสองคนที่เมืองนี้ (ไม่แน่ใจว่าเป็นสองคนแรกด้วยหรือเปล่า) จริง ๆ แล้วนักท่องเที่ยวมากันเยอะ แต่หน้าตาแบบเดียวกันกับคนท้องถิ่น เลยดูไม่ออก จะรู้ก็ตอนได้ยินเขาพูดภาษาอิตาเลียน โปรตุเกส หรือ สเปนนั่นแหละ ไม่มีคนไทย ไม่มีคนเอเชีย ไม่มีร้านอาหารเอเชียเลย มีแต่ฝรั่งเต็มไปหมด ย่าน old town หรือเมืองเก่าของเขาน่ารักมาก มีคลองเล็กคลองน้อย สะพาน ถนนสายเล็ก ๆ ที่มีแต่คนเดิน ไม่มีรถวิ่ง เห็นเขาว่าที่นี่เป็นเหมือนเวนิซเล็ก ๆ ซึ่งเราว่าคงจะจริง ผิดกันก็ตรงที่อะไรต่ออะไรไม่แพงเหมือนเวนิซ ที่เห็นได้ชัด ก็คือเวลาเข้าห้องน้ำที่นี่ ไม่ต้องเสียค่าเข้าหนึ่งยูโรเหมือนที่เวนิซ แล้วก็ไม่มีเรือกอนโดล่าให้นั่งเลาะไปตามคลอง ที่สำคัญเขาไม่พูดภาษาอังกฤษกันเลย เมนูในร้านอาหาร ป้ายทุกอย่างเป็นภาษาฝรั่งเศสหมด พนักงานในร้านทุกร้านเป็นคนฝรั้งเศส น้องคนไทยที่มาด้วยบอกว่าถ้าเราไม่มาด้วยมันหมดสิทธิ์มาแน่ เพราะพูดกับเขาไม่รู้เรื่อง ไม่มีคนไทยให้ขอข้าวกินอีกต่างหาก

 

ย่าน old town ของเขามีถนนสายเล็กสายน้อย เดินวนไปวนมาหลงตามอัธยาศัย แต่โผล่มาตรงนี้ก็สวย ตรงนั้นก็สวย น่าถ่ายรูป ขึ้นกล้องไปหมดทุกมุมเลย เป็นบ้านเรือนแบบเก่า ๆ หลายร้อยปี ทางเดินปูหินก้อนโต ๆ กำแพงและหน้าต่างบ้านก็เป็นแบบปราสาทเก่า ๆ ดูขลังดีจัง เดินทะลุ old town ไปที่ทะเลสาป ไม่อยากจะบอกว่า ทะเลสาปนี่เขาบอกว่าเป็นไฮไลท์เนอะ เพราะว่าเป็นทะเลสาปใหญ่ของเมืองนี้เลยชื่อ Lac d’Annecy หรือทะเลสาปอานซี ช่วงหน้าร้อนจะมีเรือท่องเที่ยวล่องไปตามทะเลสาปกินบรรยากาศด้วย เขาเปิดบริการเดือนเมษายนซึ่งใกล้หน้าร้อนเต็มที ตั้งแต่ลงจากรถบัสก็ถามคนขับว่าทะเลสาปไปทางไหน ไปอีกไกลไหม เดินได้หรือเปล่าหรือต้องนั่งรถ เขาก็ใจดีบอกว่าเดินตรงไปเลย ไม่ไกล ท่าทางจะเป็นเมืองเล็ก ๆ จริง ๆ แต่เราก็มัวแต่ไปเดินลัดเลาะกันใน old town เขานั่นแหละ บ่ายคล้อยถึงได้ไปเห็นทะเลสาป

 

ทะเลสาปใหญ่โต น้ำใสสมคำร่ำลือ ว่ากันว่าใสที่สุดในยุโรป ก็ใสจริง แต่ใสที่สุดหรือเปล่าคงบอกไม่ได้เพราะยังไม่ได้เห็นทะเลสาปอันอี่นเลย แหะ แหะ แต่ทะเลสาปจรดกับเทือกเขาแอลป์ของฝรั่งเศส ดูสวยมาก วันที่เราไปหมอกเยอะ ท้องฟ้าเลยไม่แจ่มเท่าไหร่ ถ่ายรูปออกมาไม่ค่อยสวย ทั้งที่จริงๆ สวยมากทะเลสาปเขามีเรือถีบกับเรือพายให้เช่าด้วยนะ จะได้ไปสัมผัสกับทะเลสาปได้ใกล้ชิด มีเป็ด ห่าน หงส์ ว่ายน้ำกันอยู่เต็มเลย มีจักรยานให้เช่าด้วย ตรงข้าง ๆ ทะเลสาปมีทางเดินเห็นเด็กวัยรุ่นมาเล่นเสก็ต หรือ บอร์ด กันเยอะ ติดทางเดินก็เป็นสวนสาธารณะใหญ่ มีต้นไม้ใหญ่จริง ๆ พอดีตอนเราไปก็ไม่ทันได้ออกดอกสีสวยมากนัก มีผู้คนเยอะแยะมานั่งตากแดด ตากลม พักผ่อนกันตามอัธยาศัย มีเวทีเล็ก ๆ เหมือนจะมีวงดนตรีเล่นให้ฟังกลางสวนด้วยนะ นึกแล้วเหมือนสวนลุมบ้านเราจัง แต่ทะเลสาปเขาใหญ่กว่า และเราก็ไม่มีเทือกเขาแอลป์

 

มาทริปนี้รู้สึกภาคภูมิใจเพราะเป็นการนั่งรถทัวร์มากันเอง ค่ารถก็ไม่แพงมาก มาถึงเมืองก็เดินกันเองจนทั่ว คราวนี้ศึกษาเกี่ยวกับเมืองนี้มาบ้างแล้ว ก็พอรู้ว่าต้องไปดูอะไรกัน เมืองเขามีของที่ระลึกขายเต็มบ้านเต็มเมือง แต่ของที่ระลึกเขาหน้าตาคุ้น ๆ เหมือนเมดอินไทยแลนด์หรือยังไงเนี่ยแหละ พวกงานเรซินที่ส่งออกน่ะ สงสัยส่งมาที่นี่แหละ เวลาไปกับทัวร์ ไกด์ชอบพาแวะร้านที่เขามีเอี่ยว ของก็ราคาแพง คราวนี้เราเดินย่ำทั่วเลย ถ้าร้านนี้แพง ก็ไปดูร้านอื่น เปรียบเทียบราคา ร้านไหนถูกกว่าซื้อร้านนั้น ไม่ต้องรีบ อย่างโปสการ์ดตอนที่ไปเมือง Ferney-Voltaire ที่เป็นเมืองชายแดนของฝรั่งเศสกับสวิส โปสการ์ดแผ่นละ 50 เซนต์ สองแผ่นหนึ่งยูโร ที่นี่แผ่นละ 35 เซนต์ บางร้าน 30 เซนต์เองด้วย หากันจนถูกทั้งเงินและถูกใจ

 

รูปที่เหมือนจะเป็นไฮไลท์อันหนึ่งของที่นี่ก็คือรูปที่เป็นปราสาทเก่า ๆ ที่เหมือนจะลอยอยู่กลางน้ำน่ะ ชื่อ Palais de l’isle ซึ่งเมื่อก่อนเคยเป็นคุกสร้างตั้งแต่ศตวรรตที่ 12 โน่นแน่ะ เก่าไหมล่ะ ตั้งอยู่กลางคลองสายหลักของเมืองนี้ ตอนนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนเข้าชมได้ แต่เราไม่ได้เข้านะ แค่ถ่ายรูปข้างนอกก็พอ แหมใครจะไปอย่างเยี่ยมชมห้องขัง ถามหน่อยเหอะ

 

สรุปคือเมืองนี้สวยมาก นั่งรถไม่ไกล ใครอยากไปเที่ยวก็ไปซื้อตั๋วได้เลยที่ท่ารถ Gare Routiere ในเจนีวา รถออกตรงเวลาเป๊ะ นั่งสบาย มีข้อแม้อย่างเดียว พูดภาษาฝรั่งเศสให้ได้ (หรือจะให้เราเป็นไกด์ให้ก็ได้เอ้า) เพราะพนักงานขายตั๋วไม่พูดภาษาอังกฤษ แถมเมือง Annecy เองก็อยู่ในฝรั่งเศสต้องพูดแต่ภาษาฝรั่งเศสอยู่แล้ว ควรอ่านได้ด้วยนะ ไม่งั้นไปสั่งของกินไม่ได้ เอาแบบด่าได้เลยก็ดี เผื่อไปเจอพวกคนงี่เง่าที่ทำหน้าดูถูกชาวเอเชีย จะได้ใช้วาจาเป็นอาวุธให้มันรู้กันไปเลยว่าคนไทยไม่ได้โง่

 

ป.ล. ทริปนี้ไม่แพง จริง ๆ แล้วฟรี แถมยังมีตังค์เหลือซื้อของเล่นกับชอคโกเลตฝากลูกได้สบายมาก

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: