Blossom Stories : Enjoy every minute of life

February 26, 2007

Geneva Here I Come – Chapter 8

Filed under: Travel — blossom2219 @ 4:08 pm

25 กุมภาพันธ์ 2550

 

วันอาทิตย์ที่เงียบเหงาสุด สุด เริ่มจากอากาศที่แสนจะขมุกขมัว สิบเอ็ดโมงแล้วพระอาทิตย์ยังไม่โผล่ออกมาให้ทานแสงแดดเลย มีแต่เมฆอึมครึมปกคลุมไปทั่ว ฝนตกอีกต่างหาก เฮ้อ จบกัน อีตอนแรกว่าจะพยายามออกไปเดินตระเวนถ่ายรูปเมืองว่างเปล่าซะหน่อย แต่เห็นอากาศแล้วไม่ไหว ท้องถนนยิ่งว่างเปล่าเพราะไม่มีใครเขาออกมากันเลย ความจริงเราก็พอจะทำใจได้ตั้งแต่ก่อนมาแล้ว เพราะมันตกในช่วงฤดูหนาวของประเทศเขาพอดี ยังดีนะที่ไม่มีหิมะแล้ว ไม่งั้นได้เซ็งตาย แค่อากาศหนาวเฉย ๆ บางวันโชคดีที่มีแดดออกมาก ทำให้รู้สึกสดชื่น ต้องออกมาสูดอากาศ ดีกว่าอุดอู้อยู่แต่ข้างใน คนที่นี่ก็เป็นแบบนี้ เห็นแสงแดดต้องรีบกระโจนเข้าใส่ เราก็พยายามอธิบายให้น้องที่มาด้วยกันฟัง เธอก็หาว่าพวกเขาบ้า เราว่าพวกเขาก็ว่าพวกเราบ้าเหมือนกันแหละ คนไทยเห็นแดดชอบกางร่ม ที่นี่ไม่ได้ พอมีแดด ต้องออกมาเดิน ยืนตากแดดเฉย ๆ ก็เอา บางทีก็เอาอาหารกลางวันออกมานั่งกินข้างนอก อุณหภูมิประมาณสิบองศา บางคนเด็ดกว่านั้น เอาชุดจ็อกกิ้งมาใส่วิ่งเป็นสวนลุมบ้านเราไปเลย จะว่าไป แดดที่นี่ไม่จัดมาก อ่อน ๆ พอให้ได้สดชี่น และอุ่นพองาม ไม่แผดเหมือนแดดบ้านเรา ตั้งแต่มาอยู่นี่ตากแดดยังไงก็เหงื่อไม่ออก

 

หันมาที่จอทีวีซึ่งที่โรงแรมมีให้ดูอยู่ประมาณสามสิบช่อง ดูไปแล้วก็เซ็งนะ รายการที่นี่เท่าที่ดูก็มีไม่กี่ประเภท นอกจากข่าว แล้วก็จะมีพยากรณ์อากาศ มีช่องเอ็มทีวีซึ่งเราก็หลุดจากวงการมานานแล้ว แล้วก็มีรายการประเภทชวนคนมาทะเลาะกัน ประมาณแสดงความคิดเห็นแบบเปิดเผยหน่อย ดูแล้วหดหู่เหมือนกันบางที ประมาณว่าอะไรวะ เถียงกันอยู่ได้ มีรายการหนึ่งที่เราดูอยู่บ่อย ๆ ชื่อ Ca va se savoir ประมาณว่าท้ายที่สุดแล้วความจริงจะปรากฎอะไรแบบนั้นน่ะ ก็มีพิธีกรแก่ ๆ คนหนึ่ง คอยเป็นผู้ดำเนินรายการ จะมีคนเขียนไปเล่าปัญหาชีวิต แบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่อยากระบาย และก็อยากให้คู่กรณีรับรู้ด้วย แต่อาจจะไม่กล้า ไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆ ส่วนมากก็จะหนีไม่พ้นปัญหาในครอบครัว เช่น สามีภรรยา พ่อแม่ลูก หรือไม่ก็เพื่อนสนิทกันที่รู้ว่าแฟนเพื่อนแอบมีกิ๊ก แต่เพื่อนก็ยังหน้ามืดตามัวรักอยู่ เขาก็จะให้เจ้าของเรื่องออกมาก่อน แล้วก็จะเชิญคู่กรณีออกมา แล้วให้มาเปิดอกคุยกัน ต่อหน้าผู้ชมในห้องส่ง นั่นแหละ ก็มีทั้งน้ำตาตกหน้าจอ และ ด่ากันกระจาย ถึงขั้นขึ้นเสียงดัง ราวกับแสดงละครก็มี บนเวทีต้องมีบอดีการ์ดหน้าเหี้ยมยืนหน้าบึ้งอยู่สองคน คอยแยกทันทีถ้าเกิดมีเหตุการณ์ถึงเนื้อถึงตัวกัน เหมือนชวนเขามาทะเลาะกันนะ ไม่เคยเห็นแฮปปี้เอ็นดิ้งสักกรณีเลย แต่ที่ดีอย่างหนึ่งสำหรับเราก็เป็นการฝึกภาษานี่แหละ เพราะเขาพูดกันเร็ว ศัพท์ใหม่เยอะแยะ เราเองก็ยังพูดภาษาฝรั่งเศสไม่เก่งมากถึงระดับเจ้าของภาษา และถ้าอยากพูดเก่ง ก็ต้องฟังเยอะ ๆ จริงไหม

 

จะว่าไปการมาทำงานคราวนี้ ก็เป็นเหมือนคอร์สเรียนภาษาฝรั่งเศสแบบเข้มข้นเหมือนกันเนอะ เป็นเข้มข้นระดับสูงด้วย ถ้าเทียบกับตอนเรียนที่แคนาดาน่ะ เพราะตอนนั้นเรียนระดับมัธยม ทุกอย่างยังเด็ก ๆ ง่าย ๆ มาก ยังมีครอบครัวอุปถัมภ์คอยดูแลช่วยเหลือเกือบทุกอย่าง แต่ที่นี่ต้องลุยเดี่ยวตั้งแต่ต้นเลย การพูดคุยก็เป็นเรื่องการงานซึ่งมันก็ยากกว่าการคุยเล่น เจ๊าะแจ๊ะทั่วไป และเราเองก็ไม่ใช่นักเรียนแลกเปลี่ยนที่จะคุยแค่เรื่องประเทศเรา โรงเรียนเรา หรือว่าเราอยากทำงานอะไร เรียนอะไร แต่เป็นการคุยเกี่ยวกับองค์กรหรือบางทีก็ชีวิตครอบครัว มีลูกแล้ว ลูกไปโรงเรียน สามีทำงาน พ่อแม่เราคอยดูแล โอย ทุกอย่างมันซับซ้อนขึ้นนะเนี่ย

 

ส่วนการใช้ชีวิต ก็ต้องทำเองหมดเหมือนกัน ตั้งแต่ทำกับข้าว ซักรีดเสื้อผ้า ไปทำงาน ถ้าเราตัวคนเดียว เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เท่าไหร่ แต่พอดีว่าเราก็ไม่ใช่คนโสดนะ มีครอบครัวตัวเองให้ห่วง และก็มีพ่อมีแม่อีกด้วย ตอนสมัยอยู่แคนาดาคิดถึงพ่อแม่ ตอนนี้คิดถึงสามีกับลูก พ่วงท้ายด้วยพ่อแม่อีก ก็เลยยิ่งตอกย้ำความเชื้อเดิมของเราที่ว่าคนไทยก็ต้องเหมาะกับประเทศไทยแผ่นดินไทยของเรานั่นแหละ รากเหง้าเราอยู่ที่นั่น จะให้มาเพื่อประสบการณ์ (และเงิน) ก็พอได้ แต่ให้มาอยู่เลย ไม่เอา ไม่รู้เหมือนกันว่าคนไทยที่อยู่ต่างประเทศกันคิดยังไง เราไม่เคยสนใจความเป็นพลเมืองของเขาว่าจะมีสวัสดิการสังคมดีแค่ไหน ถือสัญชาติอเมริกัน หัวดำ ตาดำ ผิวเหลืองมันวิเศษตรงไหน หน้าตาผิวพรรณมันก็บอกที่มาและที่ที่เรา belong ชัดเจนอยู่แล้วนี่

 

แอบดูโบรชัวร์ของโรงแรมที่เราพัก เลยได้รู้ว่าห้องแบบที่เราอยู่เนี่ย ค่าเช่าเดือนละ 2600 ฟรังก์ ลดแล้ว ตกประมาณเดือนละเจ็ดแปดหมื่นบาทแน่ะ โห แล้วคนที่นี่เขาต้องเงินเดือนเท่าไหร่กันหนอ ดีว่าออฟฟิศจ่ายให้ และเราก็โชคดีมากที่ได้ห้องใหญ่แบบอพาร์ธเมนท์เลย ห้องเพื่อนที่มาด้วยกันเล็กกว่านี้มาก ๆ

 

สรุปคือเราว่าควรมีคู่มือว่าวันอาทิตย์จะทำอะไรที่เจนีวา เพราะทุกอย่างปิดเกือบหมด อากาศดีก็ปิด อากาศไม่ดีก็ปิด

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: