Blossom Stories : Enjoy every minute of life

February 19, 2007

Geneva Here I Come – Chapter 4

Filed under: Travel — blossom2219 @ 3:11 pm

สิบเจ็ดกุมภา

 

เสาร์แรกที่เจนีวา ไม่ต้องไปทำงาน เย้ เย้ นัดกับน้องที่ทำงานตอนเที่ยง กะจะไปเดินถ่ายรูปในตัวเมืองเจนีวากันสักหน่อย เห็นพยากรณ์อากาศบอกว่าวันนี้จะมีแดด อากาศดีด้วย ดีนี่ก็ประมาณสองถึงสิบเอ็ดองศาเซลเซียสนะ แต่ก็เรียกว่าดีแล้วละสำหรับฤดูหนาวที่นี่ ไม่มีหิมะ ไม่มีฝน แดดออกที่นี่ แม้อุณหภูมิจะสักห้าองศา ก็เห็นพวกเขาออกมานั่งตากแดดกินอาหารกันนอกร้านหรือตรงที่แดดส่องแล้ว ก่อนจะไปเราแวะเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นแม่บ้านจำเป็น ซื้อน้ำยาล้างจาน ฟองน้ำ กระดาษทิชชู และขนมปังกับแฮมมาทำแซนวิชกินเองด้วย น้ำยาล้างจานราคาไม่ถึงหนึ่งฟรังก์เลย ฟองน้ำฟรังก์กับสิบเซนต์ เพราะเดินวนแล้ววนอีก อ่านป้ายราคาว่ามันอันไหนลดกว่านี้อีกค่อยซื้อ แอบภูมิใจยกใหญ่ว่าสามารถหาซื้อของราคาไม่ถึงฟรังก์ในซุปเปอร์มาร์เก็ตไฮโซได้

 

น้องเขามาอยู่สามอาทิตย์แล้วก็ดูจะชำนาญเส้นทางรถรางและรถเมล์เป็นอย่างดี พาขึ้นสายโน้นต่อสายนี้อย่างไม่ต้องกลัวหลง และไม่ต้องมีไกด์ เหมือนอยู่กรุงเทพฯ บ้านเราเลย ด่านแรกก็ไปที่สำนักงานสหประชาชาติซึ่งเคยเป็นสำนักงานใหญ่ของยูเอ็นตั้งแต่ปี 1919 สมัยสงครามโลกครั้งแรกโน่นน่ะ แต่ตอนนี้สำนักงานใหญ่ยูเอ็นจริง ๆ ย้ายไปอยู่นิวยอร์กนานแล้วล่ะ เล็กกว่าที่คิดเยอะเลยแฮะ แต่คลับคล้ายคลับคลากับยูเอ็นราชดำเนินบ้านเราก็ตรงที่มีธงหลายประเทศโบกสะบัดอยู่ด้านหน้า

 

น้องมันบ่นว่าเล็กนิดเดียวเอง ไม่เห็นน่าถ่ายรูป มันก็เล็กจริง ๆ นั่นแหละ เพราะที่นี่เขามาตั้งเป็นสำนักงานแรกในบรรดาองค์การระหว่างประเทศทั้งหมด พอเขามาตั้ง พวกองค์การอนามัยโลก องค์การแรงงานสากลหรือไอแอลโอ รวมทั้งไอโอเอ็มของเราถึงได้ค่อยมาตั้ง ทีนี้ไอ้พวกมาทีหลังดังกว่าหรือสร้างออฟฟิศซะใหญ่โตกว่ามันก็ไม่แปลกจริงไหมล่ะ เห็นว่าตอนนี้เจนีวาเป็นที่ตั้งขององค์การแบบนี้ตั้งสองร้อยกว่าแห่งแน่ะ

 

จากตรงนั้นพวกเราก็พากันไปที่น้ำพุตรงทะเลสาปเล มัง อันเป็นเหมือนแลนมาร์คหรือสัญลักษณ์ของเจนีวา ดูแล้วก็นึกถึงสวนลุมที่เรากับสามีชอบพาคุณลูกสาวไปเที่ยว คือมีทะเลสาปแล้วก็น้ำพุอันใหญ่ แต่อันนี้เขากะทำให้ใหญ่ที่สุดในโลกเลยละมัง เห็นว่าสูงประมาณร้อยสี่สิบกว่าฟุต ใช้แรงดันน้ำเยอะมาก และความเร็วน้ำที่พุ่งขึ้นนั้นประมาณสองร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยล่ะ อะไรจะปานนั้น มีเรือล่องข้ามฟาก เลาะทะเลสาปเลย เหมือนสวนลุมอีกแล้ว แต่ต่างกันตรงที่สวนลุมเป็นเรือถีบรูปเป็ดน่ะ

 

เนื่องจากเป็นวันเสาร์ ก็เลยได้ให้เห็นผู้คนที่เจนีวาอย่างเต็มตาเป็นครั้งแรก ซึ่งไม่ใช่มีแต่คนทำงาน แต่มีพวกวัยรุ่นด้วย นักท่องเที่ยวอีกนิดหน่อย เห็นว่าทั้งเจนีวามีประชากรแค่สี่แสนเองง่ะ โห น้อยกว่ากรุงเทพฯ เยอะเลย และอากาศเป็นใจด้วย ก็เลยได้เห็นผู้คนออกมาเดินกันขวักไขว่ มีคนเข็นรถเด็กเล็ก ๆ มาเยอะมาก อากาศก็หนาว พวกหนูก็แต่งตัวซะกลมป้อม แก้มแดง คงชินกับความหนาวเนอะ น้องเราก็พาเดินไปที่ย่านเมืองเก่า เราก็ไม่รู้ว่ามีชื่ออะไรเป็นทางการกว่านี้หรือเปล่านะ เอาเป็นว่าไม่ไกลมาก มีห้างสรรพสินค้าที่ขายของแบรนด์เนมเต็มไปหมด ร้านนาฬิกามีอยู่ทุกหัวระแหงเนื่องจากเป็นเหมือนสินค้าหากินของที่นี่ นอกจากนี้ก็มีร้านช็อคโกเลตสด ตลาดนัดมือสอง สถาปัตยกรรมบ้านเมืองเขาสวยดี อย่างที่ถ่ายรูปมาให้ดูเนี่ยแหละ คือเป็นแบบยุโรปและก็บังเอิญว่าตัวเมืองเขาเป็นเขา ก็มีการสร้างบ้านเมืองและถนนคดเคี้ยวขึ้นลงไปตามเขานี่แหละ เก๋ดี เราไม่เคยเห็นบ้านเดี่ยวที่เจนีวาเลยสักหลัง เหมือนทุกอย่างจะเป็นตึกแถวต่อกันยาวพรืดไปหมด ชั้นล่างเป็นร้านค้า ด้านบนเหมือนจะเป็นห้องพักหรืออาจจะเป็นห้องแบ่งให้เช่า ตึกเขาสีสันสวยดี ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าจัด

 

ที่เจนีวา คนขับรถกันค่อนข้างเร็ว ไม่กลัวใครจะชนและไม่กลัวจะชนใครเอาเลย ที่สำคัญการจราจรคนละฝั่งกับบ้านเรา เวลาข้ามถนนต้องรอสัญญาณระวังให้ดี ส่วนมากก็ขับรถคันเล็ก ๆ กัน รถสปอร์ตหรู ๆ ก็พอมีให้เห็น คนขับประเภทโชว์ออฟขี้อวดเหมือนบ้านเราก็มี ประมาณเปิดเพลงดังโชว์เครื่องเสียง เปิดกระจกให้เสียงลอดออกมา เท่ห์ตายละ อากาศก็หนาว บ้าหรือเปล่า บางคนเก๋มากเปิดประทุนรถรับแดด ก็บอกแล้วไงว่าแดดฤดูหนาวของเขามีค่ามาก เด็ดกว่านั้น ที่นี่มีคนขี่มอร์เตอร์ไซค์ด้วย ส่วนมากเป็นแบบรถฉลามบกคันใหญ่ ๆ เลยนะ ไม่ใช่มอร์เตอร์ไซค์คันเล็กแบบบ้านเรา แค่เรานั่งมอร์เตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ ตอนเดือนธันวาคมซึ่งอากาศเย็นหน่อย ก็สั่นจะแย่ นี่มันขับกันตอนหนึ่งองศา ตามบายเหอะ มีจักรยานด้วยนะ เห็นแล้วหนาวแทน จริง ๆ ขนส่งมวลชนของเจนีวาไม่เลวร้าย สะดวกสบายได้มาตรฐานมากทีเดียวแหละ รถเมล์ รถรางวิ่งกันกลางเมือง นั่งสบายด้วยสิ คนที่นี่ไม่ค่อยนั่งแท็กซี่กันหรอก เพราะขนส่งมวลชนสะดวก มาตรงเวลา กว้างขวางนั่งสบาย ค่ารถเที่ยวละสามฟรังก์ แต่ไปได้ทุกที่ทั่วเมือง เห็นพวกเขาลากกระเป๋าเดินทางใบเบ้ง หรือแม้แต่รถเข็นเด็กเล็ก ขึ้นรถกันเป็นแถว

 

เดินเที่ยวจนเมื่อย เท้าชาเพราะหนาวและเดินเยอะไปหน่อย กลับบ้านดีกว่า เย็นวันนี้ เมนูเด็ดได้แก่มาม่าผัดขี้เมาแห้งใส่แฮม ของหวานเป็นส้ม (ตามเคย) โห อร่อยจัง ประหยัดด้วย ใครไม่เชื่อตามใจ

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: