Blossom Stories : Enjoy every minute of life

December 14, 2006

คำสารภาพของแม่ ตอนที่ 5 (เกือบจบแล้ว)

Filed under: Travel — blossom2219 @ 10:05 am

เช้าวันที่ห้าเป็นวันที่แม่รู้สึกกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษเพราะรู้ว่ามาถึงประเทศฝรั่งเศสแล้ว รถจอดให้เข้าห้องน้ำที่ไหน แม่ได้แวะซื้อของไปทุกที่ ป้ายขนม อาหาร ถนนหนทาง หนังสือ นิตยสาร ที่นี่แม่อ่านเข้าใจหมดเลย เกือบลืมไปว่าตัวเองเป็นนักท่องเที่ยว แม่ดีใจจนแอบน้ำตาคลออยู่คนเดียวเลยล่ะ ว่าแม่ได้มาประเทศนี้จริง ๆ เสียที หลังจากที่เรียนภาษาและวัฒนธรรมของเขามาหลายปีดีดัก ท่องอะไรก็ไม่รู้เป็นนกแก้วนกขุนทอง จนพูดได้คล่องก็ยังไม่เคยได้มีโอกาสมาเหยียบบ้านเรือนเจ้าของภาษาเขาสักที คราวนี้ฝันที่เป็นจริง ไชโย

 

ฝรั่งเศสไม่ได้สวยสง่าเหมือนอิตาลี และไม่ได้สวยน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนสวิสเซอร์แลนด์หรอกลูก แต่แม่ไม่ได้รู้สึกผิดหวัง ตึกรามบ้านช่องของเขาดูมีสไตล์ของตัวเอง แต่ก็ไม่ถึงขนาดเห็นปุ๊บตอบได้ทันทีว่าที่นี่ฝรั่งเศส แม่รู้สึกว่าลูกทัวร์ที่มาด้วยกันเขาไม่ยินดียินร้ายกับประเทศนี้เท่าไหร่ ไกด์ทัวร์ยังเรียกชาวฝรั่งเศสว่า ไอ้เศษ (ซึ่งไม่ดีนะลูก) ประมาณว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยน่ารักกับนักท่องเที่ยวเท่าไหร่ หน้าตาก็ไม่หล่อ ไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษ มารยาทไม่ค่อยดี จริงเท็จแค่ไหนแม่ก็ไม่รู้ สมัยเรียนภาษาฝรั่งเศส แม่ก็มีคุณครูที่เป็นชาวฝรั่งเศสแท้ ๆ หลายคน ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ส่วนภาษาฝรั่งเศสสำหรับแม่หายห่วง พาแม่ไปปล่อยตรงไหนในประเทศนี้ แม่ขอข้าว ขอขนมปังเขากินได้ ไม่อดตายแน่ แม่ว่าเป็นภาษาที่ไพเราะและงดงามดี ถ้าหนูสนใจอยากเรียนก็สามารถเลือกเรียนได้นะลูก จะให้แม่สอนก็ยินดีอย่างยิ่ง

 

ที่พระราชวังแวร์ซายที่มีไกด์ท้องถิ่นอีกคนหนึ่งมาสมทบ เป็นคนไทยที่คงอยู่ฝรั่งเศสมานานโข เป็นผู้ชายหัวล้านพุงพลุ้ย จ๊าก แต่พูดจาอะไรเข้าท่าดี เขาพาเที่ยวชมพระราชวังแวร์ซาย แม่อิน (คือซาบซึ้ง) กับคำอธิบายต่าง ๆ ของเขาราวกับได้กลับไปเรียนวิชาอารยธรรมฝรั่งเศสอีกครั้งแน่ะ ตอนที่เขาพาเราเดินชมห้องต่าง ๆ ในพระราชวัง เขาก็เล่าถึงการปฎิวัติฝรั่งเศสในปี คศ 1789 ซึ่งเป็นการล้มล้างระบอบกษัตริย์ที่นี่ มีการตัดสินประหารชีวิตพระเจ้าหลุยส์ที่สิบหกและพระนางมารี อังตัวแน็ตด้วยเครื่องกีโยติน (เหมือนเครื่องหั่นผักยักษ์ที่คมกริบเลยลูก) ซึ่งพระราชวังแวร์ซายแห่งนี้แหละที่เป็นที่ประทับของทั้งสองพระองค์ตอนที่โดนจับ เป็นพระราชวังที่สวยงามวิจิตรจริง ๆ ทุกอย่างอลังการไปหมด แม่ได้เห็นห้องนอนของพระนางมารีอังตัวแน็ต ห้องรับแขก และห้องที่ฑูตไทยคนแรกเดินทางมาเข้าเผ้าพระเจ้าหลุยส์เมื่อหลายร้อยปีก่อนด้วย ขนลุกเลย อาจารย์ที่สอนภาษาฝรั่งเศสแม่ตอนมัธยมปลายเคยเล่าให้ฟังว่า ตอนกลางคืนยังมีคนเห็นพระนางมารีอังตัวเน็ตหิ้วศีรษะของตัวเองเดินไปเดินมาอยู่ในนี้อยู่เลย เพราะท่านคงยังผูกพันกับที่นี่ แต่แม่มาตอนกลางวันน่ะนะ เลยไม่มีทีเด็ดอะไร อย่ากลัวนะลูก แม่บอกหนูแล้วว่าผีไม่มีในโลกจ้ะ

 

แน่นอนว่าแวร์ซายมีนักท่องเที่ยวเข้าแถวเข้าชมเยอะมาก หลายชาติหลายภาษา แม่ได้ยินคำบรรยายของไกด์เป็นภาษาสเปน เยอรมัน อิตาลี อังกฤษ อื้ออึงไปหมด ตอนที่แม่บอกกับที่ทำงานว่าจะมากับทัวร์ ทุกคนล้อว่าแม่จะต้องมาเดินตามธง แม่ก็งงว่าอะไรฟะ มาถึงแวร์ซายถึงได้เข้าใจ คือ เนื่องจากนักท่องเที่ยวพากันเข้ามาหลายกลุ่มในเวลาเดียวกัน คณะทัวร์และผู้คุม (นักโทษ) ก็เลยต้องหามาตรการจัดระเบียบ เขาก็หาอุปกรณ์ที่มองเห็นชัด ๆ ให้พวกลูกทัวร์ (แก่ ๆ) ได้มองเห็นและเดินตามได้ไง แม่ไม่เห็นใครถือธงนะ มีแต่หนังสือพิมพ์ ผ้าเช็ดหน้าผืนโต พัดอันใหญ่ หมวก สุดแต่พ่อเจ้าประคุณแม่เจ้าประคุณมัคคุเทศน์ทั้งหลายจะสร้างสรรค์หามาใช้ได้ พวกที่มาด้วยกันกับแม่เขาดูไม่ค่อยสนใจที่ไกด์บรรยายเท่าไหร่ ได้แต่ถ่ายรูปความอลังการภายในวัง ส่วนแม่ก็ฟังด้วยความซาบซึ้งอยู่คนเดียว  อุ๊กจะโกรธแม่ก็ได้ แต่แม่ขอบอกว่าแม่ดีใจจังที่ได้มาที่นี่

 

ที่บ้านเรามีหนังสือการ์ตูนเรื่องกุหลาบแวร์ซายซึ่งแม่เคยอ่านตอนเด็ก ๆ มีพระเอกนางเอกเป็นคนจริง ๆ ในประวิติศาสตร์ของฝรั่งเศสนี่แหละลูก เป็นการเล่าเรื่องในแง่มุมที่น่าติดตามเหมือนเป็นนิยายมากกว่าเรื่องจริง ถ้าสนใจก็ลองหยิบมาอ่านดูได้ เขาพูดถึงพระราชวังแวร์ซายไว้มากมาย รวมทั้งความเป็นมาเป็นไปของประเทศนี้กว่าจะมาเป็นการปฎิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองของเขาในปี 1789 ด้วย อาจจะน่าเบื่อน้อยกว่ามานั่งอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เล่มโต

 

ในพระราชวังแวร์ซายมีร้านขายของที่ระลึกตามเคย ซึ่งที่นี่แม่พลาดท่าเสียที (ผนวกกับความเต็มใจ) ซื้อหนังสือภาษาฝรั่งเศสเกี่ยวกับวังนี้และพระราชินีอังตัวเน็ตไปเยอะเลย ออกมานอกวังก็คนผิวดำเดินเร่ขายหอไอเฟลจำลองให้นักท่องเที่ยวด้วย ด้วยความที่เขาเป็นคนผิวดำ ตัวใหญ่ พวกเราคนไทยตัวเล็ก ๆ ก็ออกจะกลัว ๆ ไม่กล้าไปซื้อ เขาลดราคาให้และพูดเป็นภาษาไทยด้วยว่า 5 อัน หนึ่งยูโร คำนวณแล้วตกอันละ 10 บาทเอง แม่เลยอุดหนุนเขามาด้วย ทั้งที่จริง ๆ แล้วของพวกนี้ล้วนแต่ผลิตในประเทศจีน ใกล้ ๆ บ้านเราทั้งนั้น แต่ใครจะไปสนล่ะเนอะ ในเมื่อมันเป็นรูปหอไอเฟล ก็ต้องนึกถึงฝรั่งเศสไว้ก่อน จะผลิตในประเทศไหนก็เอาเถอะ

 

แม่สังเกตุอย่างหนึ่งว่าที่อิตาลีกับที่ฝรั่งเศสนี่ พ่อค้าแม่ขายที่เร่ขายของที่ระลึกหรือตั้งแผงขายริมทางให้กับนักท่องเที่ยวนั้น ส่วนมากจะไม่ใช่คนบ้านเขา แต่เป็นคนผิวดำหรือคนเอเชีย แม่ลองคุยกับเขาเลยได้ความว่าเขามาจากเซเนกาล ซึ่งเคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส บางคนก็มาจากบังคลาเทศ ปากีสถานก็มี เห็นเขาว่าพวกนี้มาอยู่ที่นี่อย่างถูกกฎหมายด้วยข้อตกลงของสหประชาชาติที่มีต่อประเทศที่ฝรั่งเศสเคยไปยึดครอง เดี๋ยวไว้แม่ไปอ่านหนังสือเพิ่มเติมมาก่อนแล้วจะเล่าให้ฟังอีกนะ ตรงนี้ข้อมูลแม่ไม่ค่อยแน่น

 

ไกด์ทั้งสองคนจะคอยเตือนแม่และเพื่อน ๆ อยู่ตลอดเวลาว่าให้ระวังกระเป๋าถือและของมีค่าให้ดี เพราะพวกมิจฉาชีพเยอะมาก เคยมีคนไทยโดนกระชากกระเป๋าแล้วก็ล้มศีรษะฟาดพื้น ต้องหามส่งโรงพยาบาล อดกลับประเทศตามกำหนดเลย สโลแกนที่ผู้เชี่ยวชาญบอกให้เราท่องให้ขึ้นใจก็คือ ตบกระเป๋า เกาหน้าอก หมายถึงตบกระเป๋ากางเกงตัวเอง (จะกระเป๋าหน้ากระเป๋าหลังก็ตามใจ) เพื่อตรวจดูว่ากระเป๋าสตางค์หรือพาสปอร์ตยังอยู่ดีไหม และเกาหน้าอกของตัวเอง สำหรับคนที่มีกระเป๋าใส่ทรัพย์สินสำคัญห้อยไว้ตรงคอน่ะ แม่ไม่ค่อยพกตังค์เยอะ สร้อยแหวนคริสตัลอะไรก็ไม่ใส่ให้เตะตา สมบัติติดตัวที่แม่ขาดไม่ได้อย่างเดียวคือนาฬิกาข้อมือเรือนละ 199 บาทจากเมืองไทย ส่วนหนังสือเดินทางน้ายู้เป็นฝ่ายดูแลทรัยพ์สิน แม่ขอผลักภาระความรับผิดชอบให้เขาไปเพราะแม่ขี้หลงขี้ลืม แม่เลยไม่ตกเป็นเป้าหมายของคนไม่ดีเท่าไหร่  

 

ออกจากแวร์ซาย แม่นั่งรถเข้าไปในปารีสเพื่อไปล่องเรือชมเมือง โชคดีที่คราวนี้นั่งรถไปไม่ไกลและไม่นานมาก ค่อยยังชั่ว ระหว่างทางผ่านอุโมงค์ที่รถยนต์พระที่นั่งของเจ้าหญิงไดอาน่าเสียหลักชนเสา (ซึ่งเป็นเสาต้นที่สิบสาม) ทำให้ท่านเสียชีวิตด้วย แต่ไม่ทันได้ถ่ายรูปหรอกนะ เพราะรถวิ่งเร็วมาก ล่องเรือนี่ฟังแล้วโรแมนติกซะ จริงๆ แล้วไม่ได้มีอะไรเลยลูก เป็นเรือโดยสารลำใหญ่สองชั้น ซึ่งเก่าแล้ว ไม่ได้หรูหราอะไร นักท่องเที่ยวเยอะแยะเต็มลำ ทั้งหัวดำ หัวแดง หลายชาติหลายภาษา เรือล่องไปตามแม่น้ำแซน ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของฝรั่งเศส ตัวเมืองปารีสเองตั้งอยู่บนเกาะ และแม่น้ำที่ก็วนรอบเกาะ พอเรานั่งไปก็ได้เห็นรอบเมืองเลยก็ว่าได้ มีเสียงบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน สิ่งมหัศจรรย์ก็คือ โบรชัวร์ที่แจกมีภาษาไทยด้วย แม่บอกแล้วเห็นไหม ว่ามีคนไทยอยู่ทุกที่ และนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ชอบมาที่นี่คงมีจำนวนมากโขเหมือนกัน

 

 

วันนั้นอากาศค่อนข้างเย็น แม่ยังคงใส่เสื้อกันหนาวที่คุณลุงคนนั้นเขาให้ยืม ติดกระดุมรูดซิบมิดชิดเลยเพราะลมโกรกหนาวมาก ปารีสเป็นเมืองหลวงของฝรั่งเศส แน่นอนว่าก็ย่อมเป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการและไม่ราชการสำคัญหลายแห่ง ระหว่างล่องเรือลอยไปตามแม่น้ำแซน แม่ได้เห็นสถานที่สำคัญ ๆ เด่น ๆ ของปารีส หลายอย่าง ดูกันไม่ทัน ถ่ายรูปไม่ทันเลย มีทั้งสองฝั่งแม่น้ำ ดูกันจนปวดหัว อย่างเช่น พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ โบสถ์โนตเทรอดาม หอไอเฟล (อันนี้ต้องเห็นแน่นอน เพราะสูงซะขนาดนั้น) จตุรัสคอนคอร์ด อันเป็นที่ประหารพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอังตัวแน็ต สุสานที่ฝังศพนโปเลียนอันเป็นจักรพรรดิคนดังของเขา และก็อีกเยอะแยะเลย เห็นในระยะไกลหน่อยนะ ประมาณว่าชะโงกทัวร์น่ะลูก แม่เพิ่งได้รู้ว่าที่ปารีสก็มีเทพีเสรีภาพกับเขาเหมือนกัน ไม่ได้มีแต่ทีสหรัฐอเมริกา แต่ที่นี่เป็นเทพีองค์เล็กหน่อย ทางสหรัฐส่งมาให้ฝรั่งเศสเองเพื่อฉลองการปฎิวัติของเขาหรืออย่างไรนี่แหละ เทพีสององค์ก็หันหน้าเข้าหากันด้วยนะ สองประเทศนี้ปฎิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองในเวลาใกล้เคียงกัน ห่างกัน 13 ปี อันนี้แม่จำได้ สหรัฐอเมริกาปฎิวัติปี คศ 1776

 

ที่เด็ดมาก ๆ ต้องขยายความก็คือ ระหว่างที่ล่องเรือลอดสะพานหลาย ๆ แห่งนั้น ในประเทศที่ได้ชื่อว่าศิวิไลซ์ เป็นดินแดนแห่งแฟชั่นและน้ำหอมเลืองชื่อนั้น มีคนไม่ดีอุตริยืนฉี่อยู่บนสะพานลงมาใส่นักท่องเที่ยวที่นั่งเรืออยู่ด้วยล่ะ ฮา แต่แม่ไม่โดนนะ เพราะแม่นั่งอยู่ด้านหน้า ๆ ของเรือ พวกที่อยู่ตอนหลังของเรือร้องโวยวายกันดังลั่น (เรือลำยาวมาก แต่ไม่ใช่เรือหางยาวนะลูก) แม่ก็นึกอยู่ว่ากรี๊ดอะไรกัน นึกว่าเขาตะลึงในความงามของมหานครปารีส แม่ก็ไม่แน่ใจว่ามีคนมายืนฉี่ให้พรอย่างนี้กับนักท่องเที่ยวทุกลำเรือเลยหรือเปล่า เห็นเขาเล่าว่าพี่แกยืนฉี่สบายใจหน้าตาเฉย อันนี้ไม่ดีนะลูก ถ้าปวดฉี่เราต้องไปเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย ไม่ทำแบบนี้นะคะ

 

ล่องเรือเสร็จก็บ่ายคล้อย  คุณไกด์พาเราไปกลางเมืองปารีสเพื่อปล่อยให้ช้อปที่ร้านปลอดภาษี ซึ่งมีสินค้าชื่อดัง ประเภทเครื่องสำอางค์ น้าหอม เยอะแยะ แม่ไม่รอช้ารีบออกจากร้านเพื่อออกตะลุยร้านอื่น ๆ แถวนั้นทันที ไม่ได้เพื่อไปซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยแบบนี้ที่ร้านอื่นนะลูก แต่เพื่อตะลุยเมืองปารีสในส่วนที่ไม่ใช่ร้านปลอดภาษี ที่นี่แม่มีภาษาฝรั่งเศสเป็นอาวุธอย่างดี ลุยไหนลุยกัน แม่หาร้านแมคโดนัลด์จนเจอ แต่คนต่อแถวยาวมาก (แม่ไม่ทันเห็นว่าเป็นวันแจกฟรีหรือเปล่า ฮา) เลยยอมอดมันฝรั่งทอด ไปหาร้านช้อปปิ้งต่อ แม่แวะร้านขายของที่ระลึกริมทาง แผลงฤทธิ์ต่อราคากับคนขายเป็นภาษาฝรั่งเศส ซื้อไปรษณียบัตรและแสตมป์ ถามหาตู้ไปรษณีย์ด้วย ไปย่ำห้างดังของเขาซึ่งไม่ได้อยู่ในกำหนดการ โอ้โห ทุกอย่างง่ายไปหมดเลยอุ๊ก รู้ภาษาเขาก็ดีแบบนี้แหละลูก

 

แม่เดินไปตามห้างร้านชื่อดังของเขา ถ่ายรูปถนนหนทาง ป้ายรถเมล์ สถานีรถไฟใต้ดิน ร้านหนังสือ ร้านดอกไม้ ร้านทำผม หรือแม้แต่ตู้โทรศัพท์ กับ ตู้ไปรษณีย์ เพราะรู้ว่าแม่คงไม่ได้มีโอกาสมาประเทศนี้เมืองนี้บ่อย ๆ (ความจริงคงไม่ได้มีโอกาสมาอิตาลีหรือสวิสบ่อยเหมือนกัน แต่แม่กลับไม่รู้สึกเห่อสองประเทศนั้นเท่านี้ ไม่รู้ทำไม) ตึกรามบ้านช่อง ถนนหนทาง ที่ปารีสนี่ดูเก่ามากแล้ว สกปรกเหมือนกัน ไม่ได้สะอาดตาน่ารักจิ้มลิ้มเหมือนสวิสเซอร์แลนด์ ผู้คนเดินกันขวักไขว่ รถราขับกันน่ากลัวมากเหมือนกรุงเทพฯ เลย สถานีรถไฟใต้ดินโผล่กลางเมืองเลย  แต่แม่กลับมาตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง

 

เย็นย่ำเขาพาไปกินอาหารเย็นในภัตตาคารไทยในปารีส ภัตตาคารไทยจริง ๆ ขอบอก เจ้าของและสามีเป็นคนไทย พูดภาษาไทยชัดเจน เสริฟน้ำพริกกะปิแสนอร่อยด้วย มื้อนั้นแม่อิ่มอกอิ่มใจเป็นพิเศษ มีไข่เจียว พริกน้ำปลา ด้วยนะ แต่แม่จำชื่อร้านไม่ได้แล้วล่ะ อยู่ซะในซอกในหลืบ ให้ไปหาเองก็คงหาไม่เจอ อีกอย่างต้องเดินไกลมาก เพราะในปารีสเขาห้ามจอดรถทัวร์คันใหญ่ขวางถนน ต้องไปหลบมุมจอด

 

คืนนั้นไกด์บอกว่าถ้าอยากไปเที่ยวย่านชอง เอลิเซ่ ตอนกลางคืน ให้ลงมาเจอกันที่ลอบบี เขาจะพานั่งรถไฟใต้ดินไป ส่วนขากลับตัวใครตัวมัน โรงแรมที่เราพักอยู่ห่างจากใจกลางเมืองพอสมควร แต่ก็ยังเดินทางสะดวกเพราะมีรถไฟใต้ดินถึง ความจริงมันก็น่าสนใจอยู่ แต่แม่เหนื่อยแล้ว อีกอย่าง ตอนกลางคืนน่ากลัว สำหรับแม่ การเดินทางตอนกลางคืน ไม่ว่าด้วยวิธีใด ในที่ที่ไม่ใช่ ถิ่นเรา แม่ไม่เอาด้วยดีกว่า เกิดอะไรขึ้น ไม่คุ้ม แม่เลือกอ่านหนังสือ ดูรายการทีวีภาษาฝรั่งเศสจนจุใจอยู่ที่โรงแรม

1 Comment »

  1. หุ หุ กลับมามี ชอคโกแล๊ค ก็โอเค … เน้น Dark chocolate

    Comment by ekarin — December 18, 2006 @ 11:29 pm | Reply


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: