Blossom Stories : Enjoy every minute of life

December 14, 2006

คำสารภาพของแม่ ตอนที่ 4

Filed under: Travel — blossom2219 @ 10:01 am

เช้าวันที่สี่ แม่ลืมตาอยู่ที่เมืองลูเซิร์น สวิสเซอร์แลนด์ ประเทศที่ใครต่อใครเขาว่าสวยโรแมนติกนักหนา เราได้ไปดูอนุสาวรีย์สิงโตหน้าโศก  ซึ่งสร้างเป็นอนุสรณ์ให้พวกทหารสวิสที่เสียชีวิตจากการต่อสู้ปกป้องกษัตริย์ช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส แม่ก็เพิ่งจะได้รู้ความหมายของความโศกเศร้าของเจ้าสิงโตและความซื่อสัตย์ของเหล่าทหารองครักษ์สวิสนี่แหละ จากนั้นไกด์ทัวร์เขาพาพวกเราไปปล่อยไว้ที่ใจกลางลูเซิร์นเพื่อตกเป็นเหยื่อช้อปปิ้งกันตามอัธยาศัย  แต่ละร้านที่เขาแนะนำน่ะ มีแต่ของแพงทั้งนั้นเลย ไม่มีทางได้ตังค์แม่หรอก ทุกคนสนุกสนานกับการเดิน  เลือกซื้อของที่ระลึกในย่านนั้นอยู่สองชั่วโมงเต็ม จนไม่มีใครได้ไปถ่ายรูปกับสะพานที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองลูเซิร์นเลย สะพานนี้ชื่อสะพานชาเพลบริดจ์ซึ่งสร้างมากว่า 660 ปี เพื่อเชื่อมเขตเมืองใหม่ในฝั่งใต้และเขตเมืองเก่าในฝั่งเหนือ สะพานแห่งนี้เคยถูกไฟไหม้แต่ก็ได้บูรณะใหม่จนมีสภาพใกล้เคียงของเดิม แม่แอบถ่ายรูปมาจากบนรถทัวร์ก่อนจะออกจากเมืองนี้ให้ดูด้วยล่ะ

 

 

เห็นเขาว่าสวิสมีชื่อเรื่องนาฬิกา แบรนด์ดัง ๆ ทั้งหลายต้องได้ชื่อว่าทำในสวิสถึงจะเท่ห์ คณะเศรษฐีที่ไปด้วยกันซื้อนาฬิกาข้อมือยี่ห้อดังกลับบ้านสองเรือน คิดเป็นเงินไทยเท่ากับรถแจ๊สของเราเลยล่ะ เขายังเอาข้อมืออวบอัดของเขามาอวดจนแสงเพชรที่ฝังอยู่ในหน้าปัดนาฬิกามันส่องประกายวูบวาบเข้าตาแม่ด้วยนะ  แม่อึ้งไปเลย นึกว่าเป็นนาฬิกาวิเศษที่วันหนึ่งมี 48 ชั่วโมง ฮา และก็อึ้งต่อที่ได้เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่คนไทยอยู่ในร้านขายของที่ระลึกที่เมืองนี้แทบทุกร้าน แสดงว่าคนบ้านเรามาเที่ยวกันที่นี่เยอะมากเลยนะเนี่ย ป้ายร้านบางที่เป็นภาษาไทยด้วยซ้ำ โบรชัวร์นำเที่ยวก็เขียนเป็นภาษาไทยด้วย ดูเหมือนเราไม่ต้องรู้ภาษาเยอรมันก็มาเที่ยวที่นี่ได้สบายเลยลูก คนไทยมีอยู่ทุกที่เลย น่าสังเกตุว่าบรรดาบริษัททัวร์ของเรากับร้านค้าขายของที่ระลึกของประเทศเขาคงต้องมีความสัมพันธ์เกี่ยวดองกันลึกซึ้งแน่ ๆ ซึ่งคงเป็นธรรมดาของธุรกิจนะลูก โดยเฉพาะในประเทศนี้ซึ่งธุรกิจการท่องเที่ยวทำรายได้ให้เขาเป็นอันดับหนึ่ง

 

แม่ซื้อของที่ระลึกเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปตามเรื่อง ได้นาฬิกาติดผนังฝากคุณตาคุณยายหนึ่งเรือน มันก็นาฬิกาสวิสเหมือนกันนะ ถูกกว่านาฬิกาข้อมือตั้งเยอะ คิดเป็นเงินไทยสองร้อยบาทเอง แม่ซะอย่าง ไม่ต้องต่อราคาด้วย เพราะแม่ไปเดินร้านที่ไกด์ไม่ได้แนะนำ ก็เลยได้เห็นว่ามีของน่าซื้อและราคาถูกกว่าตั้งเยอะ ซื้อช๊อคโกเลตฝากป๊า เขาว่าอร่อยนักหนา ช๊อคโกเลตสวิส ไว้อุ๊กถามป๊าเอานะว่าอร่อยไหม แม่ซื้อสโนว์บอลล์กับดินสอสีฝากอุ๊ก ซื้อของแต่งบ้านตามใจฉัน หมดไปหลายฟรังก์อยู่ อ้อ สวิสเป็นประเทศเดียวในไม่กี่ประเทศในยุโรปเนี่ยที่ใช้เงินฟรังก์ของตัวเอง ฟรังก์หนี่งประมาณสามสิบบาท จากนั้นแม่ก็นั่งรถ (อีกแล้ว) ไปเมืองอิงเกิลเบิร์ก เพื่อไปขึ้นยอดเขาทิสลิส

 

 

ที่สวิสนี่ รู้สึกว่าพวกที่มาด้วยกันเขาจะกี๊บก๊าบมาก เป็นเพราะว่าอากาศหนาวเย็นถูกใจ  สองในสามของประเทศเขาเป็นภูเขา วิวสองข้างทางก็จะมีส่วนประกอบสามอย่างหลัก คือ ท้องฟ้า ภูเขา และทุ่งหญ้า เป็นแบบนี้ทั้งบ้านทั้งเมืองเลย ต่างจากทางไปอยุธยา สระบุรี บ้านเราตรงที่ว่าบ้านช่องเขาจะหน้าตาน่ารัก เหมือนตุ๊กตา หญ้าก็จะสีเขียวมาก ท้องฟ้าก็จะฟ้าจริง ๆ แบบไกลมลพิษ ผู้คนสวิสก็ดูจะใจเย็น ใจดี เลยประทับใจผู้ชมเป็นพิเศษ ระหว่างทางที่นั่งรถผ่าน ในรถก็เปิดเพลงไทยด้วย แม่เลยไม่ค่อยได้คิดว่านี่เป็นเมืองนอกเท่าไหร่ นึกว่านั่งรถไปหาคุณตาทวดยายทวดที่สระบุรี  เขาค้อ ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ประเทศเราก็ประมาณนี้แหละลูก สำหรับแม่ที่นั่นก็โรแมนติกแล้ว เพราะตอนนั้นแม่ไปกับป๊า

 

ยอดเขาทิสลิสที่เขาพาแม่ไปขึ้นนี้สูงหนึ่งหมื่นฟุต ประมาณสามกิโล หรือดอยสุเทพ บ้านเรา  (ซึ่งแม่ก็ยังไม่เคยไปล่ะนะ) เขาว่าอากาศบาง และก็มีหิมะ ซึ่งคงจะตกค้างปีตั้งแต่ปีที่แล้ว และก็ไม่ได้ละลายเพราะบนนั้นอากาศหนาว ตอนขึ้นกระเช้าไต่ขึ้นไปนั้น หลายคนคงวูบวาบเพราะกลัวความสูง ถ้าป๊ามาต้องแย่แน่ ต้องขึ้นกระเช้าไปต่อกระเช้า แถมทริปนี้มีแต่ผู้สูงอายุด้วยแหละลูก ก็ลุ้นกันหน่อย ที่เด็ดสุดคือ คนที่ขับกระเช้าพิเศษหมุนรอบตัวเนี่ย ต้อนรับนักท่องเที่ยวไทยด้วยเพลงลอยกระทง พวกเรายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แม่รู้สึกคนไทยดังไม่เบาเลยนะที่สวิสเนี่ย

 

ไกด์บอกว่า สวิสเซอร์แลนด์ค่อนข้างโดดเด่นเรี่องของเคมี คือพวกครีมบำรุงผิว เครื่องสำอางค์ต่าง ๆ เขาบอกว่าพวกดาราบ้านเราชอบมาคลีนิกที่นี่เพื่อทำหน้าเด้งด้วยการฉีดเซรุ่มที่ทำจากรกของแกะดำเข้าไป ราคาแพงมาก แม่ไม่ได้ซื้อผลิตภัณฑ์พวกนี้หรอก เพราะไม่ค่อยได้ใช้ อุ๊กก็รู้ ป๊าบอกเสมอว่าแม่ยังสวยอยู่ (แหวะ) นอกจากนี้สวิสเซอร์แลนด์ยังเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีระบบการธนาคารและสถาบันการเงินที่ดีที่สุดในโลก โดยเฉพาะในแง่ของการรักษาความลับของลูกค้า (พิสูจน์ได้ในหนังเรื่อง เดอะ บอร์น ไอเดนติตี้ นะลูก) เขาว่าฝากเงินที่ประเทศนี้ปลอดภัยมาก เพราะสวิสเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่เป็นกลาง คือ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ซึ่งทั้งโลกนี้ก็มีอยู่ประเทศเดียวนี่แหละ เพราะฉะนั้น เขาว่าถ้ามีสงครามเกิดขึ้น ก็จะไม่มีใครที่ไหนมาถล่มเขา เงินเราก็จะปลอดภัย ฮ่า ที่ทำการใหญ่ขององค์การสหประชาชาติก็ตั้งอยู่ที่นี่

 

บนยอดเขาอุณหภูมิประมาณ -2 องศา เอาเป็นว่าหนาวกว่าบ้านเรามากแล้วกันลูก แม่โชคดีที่คุณพ่อลูกติดเขาเอาเสื้อกันหนาวใหม่เอี่ยมซึ่งเขาซื้อมาจากเวนิซให้แม่ยืม (เพราะแม่ไม่ได้นึกว่ามันจะหนาวขนาดนี้) แม่เลยได้ออกไปถ่ายรูปกับหิมะกับเขาได้ ขอบคุณมากค่ะ บนยอดเขาไม่ได้รกร้างว่างเปล่า เหมือนที่เราเคยเห็นในหนังที่ว่าด้วยผู้พิชิตขอดเขาหรอกลูก มีอาคารใหญ่ซึ่งคงทำไว้ให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ คือมีส่วนที่เป็นร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านถ่ายรูป ซึ่งในตัวอาคารจะไม่หนาวเพราะมีระบบเครื่องทำความร้อน พอออกไปเห็นหิมะและหนาวก็วิ่งเข้ามาข้างในได้ ทุกคนประทับใจหิมะมาก จับหิมะมาปั้นโพสท์ท่าถ่ายรูปเป็นการใหญ่ แม่ไม่ค่อยตื่นเต้นกับเจ้าหิมะนี่เพราะเคยเห็นมาแล้ว ตอนที่มันกำลังตกลงมาจากฟ้าด้วย ไม่ใช่หิมะค้างปีแบบนี้ ข้างบนนั้นหิมะขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา ดีว่าติดเอาแว่นกันแดดอันเท่ห์ไปด้วย เลยไม่แสบตา ถ่ายรูปสวยมาอย่างที่เห็นเนี่ยแหละลูก จ๊าบไหมล่ะ ไว้หนูโตอีกนิดแม่จะพามาดู สัญญาค่ะ

 

วันนั้นแม่ทานอาหารกลางวันบนยอดเขานั่นเลย ซึ่งเป็นอาหารไทย ไชโย รสชาติค่อนไปทางอาหารจีน (อีกแล้วล่ะ) แต่ก็เอาเถอะ เอาพอมีแรงเดินไปดูถ้ำน้ำแข็งพันปี แล้วก็ร้านขายของที่ระลึกเขาอีกหน่อย ที่นี่จะเน้นความเป็นบ้านนามาก ดูจากเครื่องแต่งกายที่สตูดิโอถ่ายภาพ เน้นความเป็นชาวไร่ชาวนาฝรั่ง มีถังนม ซึ่งเก็บนมที่รีดจากวัวตัวโตที่เขาเลี้ยงกันเอง ดูธรรมชาติดี เห็นเขาว่าการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้เป็นอันดับหนึ่งให้กับประเทศสวิสเซอร์แลนด์เลยทีเดียว ถ้าดูจากป้ายต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เขียนว่า ยินดีต้อนรับคนไทย แม่ก็ไม่ค่อยแปลกใจหรอก ท่าทางปีหนึ่ง ๆ จะมีคนมาเที่ยวกันเยอะน่าดู

 

ลงจากทิสลิส แม่รู้สึกเวียนหัวนิด ๆ แต่ยังไม่วายวิ่งถ่ายรูปกันระหว่างรอรถ วิวแถวนี้สวยได้ทุกมุมมองเลย เหมือนที่ใครเคยพูดไว้ว่าประเทศนี้เหมือนติดวอลล์เปเปอร์ทั้งเมือง แม่ว่าไม่ใช่ก็ใกล้เคียง นับว่าเป็นความโชคดีของประเทศเขาที่ตั้งอยู่ภูมิประเทศและภูมิอากาศที่น่าอิจฉาแบบนี้ อันสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ปีหนึ่งมากมาย แม่ว่าน่าจะใกล้เคียงกับเชียงใหม่บ้านเรา ต่างกันก็ตรงที่นี่มีหิมะไว้ล่อตาล่อใจคนที่ไม่เคยเห็นหิมะด้วย ทุ่งหญ้าทุ่งนาของเขาก็ดูเหมือนบ้านเราแหละลูก มีวัว มีแกะ ให้เห็นตลอดทาง

 

แม่นั่งรถออกจากสวิสมุ่งหน้าเข้าฝรั่งเศสอันเป็นจุดหมายปลายทางสุดท้ายแล้วของการเดินทางคราวนี้  เป็นประเทศที่แม่อยากมามากที่สุดด้วยเหตุผลหลายอย่างเหลือเกินลูกรัก แม่พักที่โรงแรมชานเมืองดิจองค์ ฝรั่งเศสก่อนจะเดินทางไปเที่ยวพระราชวังแวร์ซายในวันรุ่งขึ้น

1 Comment »

  1. รูปถ่ายสวย ดีเนอะ โดยเฉพาะ นางแบบบ ฮา… (เอามา สิบบาท ด้วยล่ะ)

    Comment by ekarin — December 18, 2006 @ 11:31 pm | Reply


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: