Blossom Stories : Enjoy every minute of life

December 14, 2006

คำสารภาพของแม่ ตอนที่ 2

Filed under: Travel — blossom2219 @ 9:47 am

 

วันที่สองในอิตาลี แม่นั่งรถจากโรงแรมที่พักไปอีก 5 ชั่วโมงเพื่อไปเที่ยวหอเอนปิซ่า ที่เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วย ว้าว เหมือนเป็นอีกหนึ่งในไฮไลท์ของโปรแกรมเที่ยวยุโรป ถ้ามาอิตาลี คงต้องได้เห็นหอนี่ ไม่งั้นมาไม่ถึงอิตาลีมั้ง เพราะมีรูปมันปรากฎในใบปลิวต่าง ๆ สารพัดที่ว่าด้วยยุโรป มันก็เอนอย่างที่เขาว่าไว้แหละลูก รู้สึกมันเกิดจากความละเลยของอีตาวิศวกรที่คุมก่อสร้างซึ่งพอสร้างเสร็จสองชั้นก็เผ่น เวลาผ่านไปมันก็เลยเป็นหอเอนนี่แหละ เอนกี่องศากับแกนโลกนี่แม่ก็จำไม่ค่อยได้ ถ้าสนใจก็หาหนังสืออ่านเพิ่มเติมนะลูก แต่สิ่งหนึ่งที่แม่จำติดตาก็คือ มันเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่โตมโหฬารน่าทึ่งอย่างมาก พอได้ไปยืนใกล้ ๆ แล้วรู้สึกว่ามนุษย์เรานี่มันช่างมีความสามารถสรรค์สร้างอะไรแบบนี้ได้ ที่สำคัญสร้างมาหลายร้อยปีแล้วด้วยนะ ยังเอนอยู่เลย เมืองปีซ่านี่ไกลจากกรุงโรมโข สองข้างทางตอนเดินทางมาไม่มีอะไรเลย จุดขายเพียงอย่างเดียวจริง ๆ ของเมืองนี้ก็คือหอเอนนี่แหละ แต่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางดั้นด้นกันมาวันละหลายพันคนเหมือนกัน

 

แม่ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเขาน่าอิจฉาและท่าทางจะทำเงินดีโดยไม่ต้องลงทุนอะไรมาก คิดดูสิว่าสิ่งก่อสร้าง หรือสถาปัตยกรรมที่บรรพบุรุษเขาสร้างเอาไว้แต่โบราณกาลน่ะ ป่านนี้ยังอยู่และดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคน คนบ้านเขาแค่มาตั้งร้านขายแถวๆ นั้นรอนักท่องเที่ยว (อย่างแม่) เท่านั้นเอง แค่ร้านขายของที่ระลึกก็คงทำกำไรอื้อซ่าเลย ไกด์บอกว่า มาที่นี่อย่าพยายามคิดเป็นเงินไทย เพราะจะทำให้ซื้ออะไรไม่ลง 1 ยูโร ประมาณ 50 บาท ของที่ระลึกอันหนึ่งประมาณ 4-5 ยูโร ยังไงก็ไม่ใช่ 4-5 บาท ขนาดแม่ต่อรองได้เหลือ 4 อัน 10 ยูโร แม่ก็นึกเสียดายอยู่ดี เลยไม่ค่อยได้ซื้ออะไรมาก ถ่ายรูปมาแทน ไม่เสียตังค์ด้วย ฮิ ๆ

 

มีคนเขาบอกว่าอีกหน่อยหอเอนนี่มันจะไม่เอนแล้ว มันจะล้มไปหรือยังไงนี่แหละ ไว้อุ๊กโต แล้วถ้ามันยังอยู่ เรามาดูด้วยกันอีกทีนะ วันนี้แม่ทานอาหารกลางวันที่เมืองปิซ่านี่แหละ เป็นสปาเก็ตตี้ต้นตำรับอิตาลีแท้ ๆ เลย คนอื่นที่มาด้วยกันเขาบ่นอุบว่าไม่อร่อย แต่แม่กินเกลี้ยงเลย อุ๊กคงรู้ว่าแม่ชอบอาหารพวกพาสต้าและเส้น ๆ ซึ่งประเทศอิตาลีนี่แหละเป็นต้นแบบร้านอาหารเขาแต่งน่ารักด้วย เหมือนบ้านเราเลย มีรูปแขวนที่ข้างฝาเยอะ ๆ ชื่อร้าน Emilio

 

ลืมบอกว่า คณะทัวร์ที่แม่รวมขบวนไปคราวนี้ มีกัน 25 ชีวิต รวมคุณมัคคุเทศน์ด้วยนะ แม่กับน้ายู้ก็ไม่ได้ไปทักทายอะไรใครนักหรอก เพราะไม่รู้จักกัน (ไม่สวยแล้วยังหยิ่งอีก ฮา) เขาให้แนะนำตัวเหมือนเด็กนักเรียนเลยล่ะ แต่ละคนที่มาแนะนำนะขอบอก วัยวุฒิระดับอาจารย์เกษียณทั้งนั้น ฮา แม่แอบนึกดีใจขึ้นมาแวบหนึ่งว่าแม่เป็นคนที่สาวที่สุดในคณะนี้ที่ได้มาเยือนยุโรปด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเองตอนที่ยังไม่แก่ (มาก) มีคณะอาจารย์จากโรงเรียนทางภาคใต้ประมาณ 5-6 คน มีครอบครัวคนมีตังค์จากภูเก็ตอีก 6 คน มีอาจารย์สอนภาษาอังกฤษจากมหาลัยทางใต้อีก 2 คน พนักงานรัฐวิสาหกิจ หนุ่มใหญ่เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง คู่รักหวานแหววที่มาฉลองครบรอบแต่งงานสองปี ปิ๊ดปิ้ว และพ่อกับลูกชายวัยรุ่นที่ควงกันมา  แต่ละคนประวัติน่าสนใจใช่เล่น ไว้แม่เล่าให้ฟังหลังไมค์นะลูก

 

ระหว่างนั่งรถทัวร์ไปมีเสียงโทรศัพท์มือถือดังกริ๊งกร๊างไปตลอดทางเหมือนอยู่ประเทศไทยเลย โห พวกเขาเปิดบริการโรมมิ่งที่ให้มันรับสัญญาณได้ทั่วโลกกันด้วย เห็นว่านาทีละตั้งหลายบาท แม่ได้แต่มองตาละห้อย อยากมีโทรศัพท์ไว้โทรหาอุ๊กกับป๊าให้หายคิดถึงบ้าง แต่ถ้าโทรไปแล้วอุ๊กเกิดร้องไห้จ้าขึ้นมาละก็แย่แน่ ไอ้ครั้นจะไปขอยืมโทรศัพท์พวกเขาแม่ก็ไม่รู้จัก (และเขาก็คงไม่ให้) แม่ก็เลยได้แต่สวดมนต์ภาวนาแผ่เมตตาให้อุ๊กแข็งแรงดี ให้ป๊ากับคุณยายมีเรี่ยวแรงดูแลอุ๊กอย่างดี จนกว่าแม่จะกลับ  อีกไม่นานเกินรอแน่นอน

 

ตอนที่นั่งรถนาน ๆ นี่ คุณไกด์ทัวร์เขาเปิดเพลงไทยให้พวกเราได้ฟังกันด้วยนะ ไอ้เพื่อนแม่เธอกรนฟี้อีกแล้ว แม่ก็นอนไม่หลับตามเคยเหมือนกัน เพราะไม่คุ้นกับการหลับบนรถ เด็ดสุด คือเขาดันเปิดเพลงป้าเบิร์ดที่อุ๊กชอบร้องและเต้นให้แม่ดู แม่น้ำตาไหลพรากเลย (แต่ไม่มีใครเห็นหรอกนะเพราะเขาหลับกันหมด) ถึงตอนนั้นแม่บอกตัวเองเลยว่า ที่คิดว่าเหนื่อยแล้วอยากพักแทบเป็นแทบตายน่ะ พักวันเดียวก็พอถมถืด แต่ไอ้ความกังวลบวกกับความคิดถึงนี่สิเหนื่อยกว่า  และที่สำคัญแม่ยอมเหนื่อยกับการดูแลอุ๊กด้วยตัวเองดีกว่าต้องมาพะวงว่าป๊าจะดูแลอุ๊กดีเหมือนที่แม่สั่งไว้หรือเปล่า

 

 

ถ้าเทียบกับการเดินทางกับบริษัททัวร์ครั้งแรกซึ่งแม่ก็ไม่เคยได้ยินชื่อเสียงบริษัทนี้มาก่อน แม่ว่าแม่โชคดีที่ได้ไกด์นำเที่ยวที่ใช้ได้เหมือนกัน เห็นว่าเขาทำทัวร์แบบนี้มาสิบกว่าปีแล้ว (กับบริษัททัวร์ยักษ์ใหญ่ที่แม่เคยได้ยินชื่อ) เขาเคยพาคณะทัวร์ไทยไปมาเกือบทุกประเทศในโลกแล้วล่ะ ก็เลยประสบการณ์แก่กล้าว่างั้นเถอะ เขาบอกว่าเขาก็ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเก่งกาจอะไรมากมาย พูดภาษาต่างประเทศอื่น ๆ ก็ไม่ได้ด้วย แต่ที่ทำงานนี้เพราะใจรักจริง ๆ แม่ว่าก็คงต้องเป็นอย่างนั้น เรื่องภาษามันเรียนกันได้ไม่ยาก แต่ทัศนคติที่มีต่อการบริการลูกค้านั้นเป็นสิ่งสำคัญมากและไม่อาจจะฝืนฝึกกันได้ คิดดูว่าเขาต้องมาคอยดูแลนักท่องเที่ยวร้อยพ่อพันแม่ให้ตรงต่อเวลาในการเดินทางแต่ละครั้ง แถมละคนเรื่องมากไม่หยอก ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไร เช่น ของหาย ใครไม่สบาย ใครจะปิ๊งใคร ใครจะทะเลาะกับใครระหว่างการเดินทาง เขาต้องรับผิดชอบหมด แถมต้องอึด ชอบการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ต้องกินนอนง่าย และต้องพยายามให้ลูกทัวร์สนุกสนานไปด้วยกันทั้งที่ต่างก็เป็นคนแปลกหน้า ไม่ต้องแปลกใจเลยลูก ถ้าเราจะเห็นไกด์ผู้ชายมากผู้หญิง

 

 

คืนที่สองนี้ แม่พักที่โรงแรมชานเมือง ซึ่งเป็นแบบอเมริกันจ๋าหน่อย ห้องสวยดี  อาหารอร่อย แม่ได้รู้ว่าที่นี่โรงแรมทุกแห่งจะไม่มีแอร์ ตอนแม่ไป อากาศช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง ค่อนข้างเย็นสำหรับคนบ้านเขา และหนาวสำหรับคนบ้านเรา ตอนกลางคืนจะมีเครื่องทำความร้อนซึ่งทำงานอัตโนมัติที่โรงแรม แม่นอนได้สบายมาก นึกสะใจพวกคนมีกะตังค์ห้องข้าง ๆ ที่นอนกันค่อยไม่ได้เพราะติดแอร์ ฮา นอกจากนี้แม่ก็ได้ความรู้ใหม่ว่า ที่ยุโรปเนี่ย เขาไม่นิยมการเติมซอสมะเขือเทศ (ดะ) เหมือนบ้านเรา อย่างเวลากินพิซซ่าหรือสปาเก็ตตี้ของเขา อย่าได้ขอซอสเชียว เพราะเขาไม่มี เห็นจะมีแต่บ้านเรากับทางอเมริกาโน่นน่ะ

 

อีกอย่างก็คือเรื่องกฎหมายการขับรถ แม่เพิ่งรู้ว่าคนขับรถทัวร์ที่นี่จะขับรถติดต่อกันนานเกินกว่าสองชั่วโมงไม่ได้ พอครบแล้วต้องพักอย่างน้อยยี่สิบหรือสามสิบนาที (อันเป็นเวลาที่เขาไปจอดตามปั๊มน้ำมันเพื่อให้แม่ได้เข้าห้องน้ำนั่นแหละ) ถ้าเกิดฝ่าฝืนขึ้นมาแล้วโดนจับ ก็จะโดนยึดใบอนุญาติประกอบอาชีพจนหมดทางทำมาหากินได้ ที่รถจะมีมิเตอร์หรืออะไรประมาณนี้ติดเอาไว้ และสามารถตรวจสอบเวลาที่เริ่มขับและเวลาที่พักในแต่ละวันได้ ประมาณว่าเข้มงวดและดูปลอดภัยดีเหมือนกันนะลูก เราจะได้หลับบนรถได้อย่างสบายไร้กังวล และแน่นอนว่าคนขับรถของเขาไม่มีการดื่มเหล้าหรือยาม้าเหมือนบ้านเราเด็ดขาด สังเกตุข่าวเรื่องอุบัติเหตุจากรถทัวร์แบบนี้ในบ้านเมืองเขาแทบไม่มี อ้อ แล้วคนขับรถที่นี่มีการเข้าเรียนในโรงเรียนขับรถกันเป็นเรื่องเป็นราวด้วยนะ ไม่ใช่ว่าใครที่ไหนตกงาน ไม่รู้จะทำอะไรก็มาขับรถได้ สังเกตุฝีมือการขับรถ เลี้ยวรถ จอดรถ บอกได้เลยว่าฝีมือมาก ๆ (ข้อมูลจากคุณไกด์นะลูก แม่ก็เพิ่งรู้)

 

ไกด์อธิบายด้วยว่าในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรปหรืออียูนี้ เขาจะใช้ป้ายทะเบียนรถสีฟ้าเหมือนกันหมด โดยด้านหน้าจะระบุตัวอักษรย่อของประเทศนั้น ๆ ขับไปที่ไหนในยุโรปก็จะรู้กันหมด เช่น I หมายถึง อิตาลี E หมายถืง สเปน F หมายถึง ฝรั่งเศส CH หมายถึง สวิสเซอร์แลนด์ ประเทศอื่นก็พอเดาได้เพราะเป็นคำขึ้นต้นชื่อประเทศของเขาในภาษาของเขาไง แต่สวิสเซอร์แลนด์นี่งงจังเนอะ ทำไม CH ย่อมาจากชอคโกเลตหรือเปล่า เห็นว่าอร่อย แม่แอบไปค้นมาเพิ่มจากที่ไกด์บอกว่าย่อมาจาก Confederation Helvetica  หรือ Confoederatio Helvetica  อันเป็นชื่ออย่างเป็นทางการของประเทศสวิสเซอร์แลนด์เป็นภาษาโรมันเดิม เหตุที่ใช้ภาษาโรมันก็เพื่อไม่ให้เกิดการเหลื่อมล้ำกันระหว่าภาษาประจำชาติที่ใช้อยู่ทั้งสี่ภาษาอันได้แก่ ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน และภาษาโรมานซ์ (ซึ่งแม่ก็ยังไม่รู้เลยนะว่าเป็นยังไง) เป็นไงล่ะ สมกับความเป็นประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดสุด ๆ เลยลูก

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: