Blossom Stories : Enjoy every minute of life

October 12, 2006

ซื้อคอนโดมือสอง ไม่ยากอย่างที่คิด

Filed under: Lifestyle — blossom2219 @ 6:14 pm

 

 

 

จะว่าไป การเป็นเจ้าของคอนโดใจกลางเมืองเป็นความฝันของเรามาแต่ไหนแต่ไร เราหลงใหลในห้องเหลี่ยมขนาดกระทัดรัด เป็นสัดเป็นส่วน ไม่ต้องมีสนามหญ้ากว้างใหญ่ไพศาล ให้แมวหมามาวิ่ง (เพราะขี้เกียจทำความสะอาด) ไม่ต้องมีบันไดวนแบบอิตาลีให้วิ่งขึ้นลง แค่มุมห้องนอน ทำครัว ห้องน้ำ โต๊ะทำงานเล็ก ๆ ก็โอเค คอนโดแรกที่มีก็แบบนี้ เป็นห้องสตูดิโอขนาด 33 ตารางเมตร กะอยู่คนเดียวไปจนแก่ ปรากฎว่าเดชะบุญมีคนมาสู่ขอให้เป็นภรรยาและแม่ซะก่อน ห้องเลยเล็กไปถนัดใจ ต้องวางแผนมองหาที่ใหม่ให้สมาชิกอันเป็นการเริ่มของการผจญภัย ตอน ซื้อคอนโดมือสอง ไม่ยากอย่างที่คิด นี่แหละค่ะ

 

แรกเริ่มก็เที่ยวไปตระเวนดูคอนโดมือหนึ่งใหม่เอี่ยมอ่องกับเขา ด้วยความปักใจเชี่อในคำครหานานาประการของสิ่งของ มือสอง ว่าไม่ดีอย่างโง้นอย่างงี้ เรามีการกำหนด spec ความต้องการกันก่อนว่า คราวนี้ต้องเอาแบบมีหนึ่งห้องนอนหรือไม่ก็สองห้องนอนแยกเป็นสัดเป็นส่วน มีกำแพงกั้นเพื่อความสงบในการนอนหลับ และเพื่อให้สมาชิกอีกคนที่ยังไม่นอนสามารถประกอบกิจกรรมตามอัธยาศัย (เช่น การเล่นเกมส์ซึ่งเจ้าตัวเรียก ซ้อมบอล หรือ การดูหนังดีวีดี พร้อมกับซดเป๊ปซี่และโซ้ยเลย์) และก็ต้องตั้งอยู่ในใจกลางเมืองพอสมควร หรือมีรถไฟฟ้า รถใต้ดิน ถึง ประมาณว่าไม่ควรต้องใช้รถส่วนตัว ระยะทางก็ควรไม่ไกลจากว่าที่โรงเรียนในอนาคตของคุณลูกสาว และที่ทำงานปัจจุบันของป๊าและแม่ด้วย เรื่องมากใช่หยอก

 

ขั้นต้นเลยเจ้านายเรามาชักจูงให้ไปซื้อที่โครงการเดืยวกันชื่อประมาณ ฉันรักนิวยอร์ก หรือ ฉันรักประเทศไทยอะไรนี่แหละ ไฮโซมาก อยู่แถวถนนเพชรบุรี พี่แกว่าติดสถานีรถไฟฟ้าราชเทวี ทะลุสยามพารากอนโน่นเลย แหม เข้าท่า แต่ราคาแบบหนึ่งห้องนอนปาเข้าไปสามล้านห้า ก็ไม่ต้องไปชมห้องตัวอย่างให้เสียเวลาหรอกค่ะ พี่อยู่ไปคนเดียวเหอะ หนูไม่เอาหรอก แพงเกิน เราตั้งใจจะหาราคาประมาณสองล้านหรือต่ำกว่าก็พอ แพงเกินไปก็สงสารบ้านหลังแรกที่รังสิตซึ่งราคายังไม่ถึงล้านด้วยซ้ำ

 

ต่อมามีโครงการเมโทรปาร์คมาโฆษณามากมายก่ายกอง โปรโมชั่นตูมตาม น่าสนใจมาก ๆ เพราะเป็นโครงการของบริษัทที่มั่นคง เป็นเจ้าของที่ดินเองจึงสามารถสร้างคอนโดขายในราคาไม่แพงมาก (ถูกที่สุดเมื่อเทียบกับคอนโดแบบเดียวกันของโครงการอื่น ยังไม่รวมค่าตกแต่ง) ห้องแบบสองห้องนอน พื้นที่ 58 ตารางเมตร ราคาสองล้าน ตกแต่งพร้อมสรรพ ใช้เฟอร์นิเจอร์อย่างดีด้วย แบบเข้าอยู่ได้เลย ตอนไปดูห้องตัวอย่างก็ปิ๊งแล้ว ลากจิกเอาสามีมาดูด้วยก็ปิ๊งเหมือนกัน โครงการยังคุยด้วยว่ารถไฟฟ้าจะตัดผ่าน แต่ดูแผนที่แล้ว แหม มันไกลโขสำหรับเรา แบบไม่ใช่ถิ่นเราด้วยสิ เป็นย่านที่ไม่คุ้นเอาเลย แล้วเจ้าประคุณรถไฟฟ้าเส้นนั้นน่ะ เมื่อไหร่จะสร้างเสร็จก็ไม่รู้ บวกลบเรื่องการเงินแล้ว คงมีช่วงผ่อนหนัก ทั้งที่โครงการก็ยังสร้างไม่เสร็จ (แต่ต้องผ่อน ไม่ผ่อนโดนยึด) ชักไม่น่ารักซะแล้ว เห็นว่าจะสร้างเสร็จเดือนธันวาคมเสร็จแล้วก็ควรต้องเข้าไปอยุ่ ไม่งั้นก็เสียดายค่าผ่อน เอ แต่พอไปอยู่ก็ต้องพาลูกมาส่งที่โรงเรียนเดิม เพราะเลิกเรียนคุณตาคุณยายยังต้องไปรับ นึกสงสารลูกว่าต้องแหกขี้ตาตื่นมาหลับในรถต่อแล้วออกเดินทางกับเราแ่ต่เช้ามืด ท่าจะไม่ไหวแฮะ ไม่ค่อยลงตัว ถึงกระนั้น โครงการนี้ก็เย้ายวนมาก เพราะน้องที่ทำงานไปดูด้วยกันหลายคน มีคนที่ลงทุนลงแรงซื้อและทำสัญญาแล้วด้วย ไอ้เราได้แต่นับหนึ่งถึงสองล้านในใจ มันยังไม่ลงตัวน่ะ มันไกลไปหน่อย

 

ความปรารถนาเริ่มแรงกล้าถึงกับออกปากบอกเพื่อนร่วมงานไปหลายคน เลยได้รู้จากพี่คนหนึ่งซึ่งแกกำลังจะขายคอนโด 2 ห้องนอนของแกพอดี ขายพร้อมคนเช่าด้วยนะ แกให้เช่าอยู่เดือนละ 13000 บาท ชักน่าสนใจ พี่เขาเป็นคนที่มีฐานะและมรดก ท่าทางแม่บ้านแม่เรือนด้วย ไว้ใจได้แน่ แกยังบอกว่าห้องตกแต่งสวย มีสองห้องนอน วิวสระว่ายน้ำ เย็นสบาย พื้นที่ประมาณ 60 ตารางเมตร พี่เขาขาย 1.9 ล้าน โครงการชื่อรัชโยธินเพลส ซอยทะลุเมเจอร์รัชโยธินด้วย ปรึกษาสามีก็ได้ความว่าทำเลนั้นดีมาก เพราะเป็นถิ่นเก่าพี่แก ไม่ไกลมาก (สำหรับเขา) มีรถราผ่านเยอะแยะ เราก็ไม่รอช้าพากันไปดู ตอนนั้นคิดกันว่า ถ้าซื้อเอาไว้ก่อน แต่ยังไม่ย้ายไปอยู่ มีคนเช่าอยู่แบบนี้ มันก็เป็นรายได้ มากกว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายนะ เพราะผ่อนแบ็งก์คงไม่ถึงเดือนละ 13000 บาท ประมาณว่าอสังหาพารวย

 

พอไปดูสถานที่จริง เสียงจริง เราก็ไม่ปิ๊งเพราะห้องดูทึบ อาจเป็นเพราะคนเช่าเขาดูแลไม่ดีหรือไงเนี่ย เฟอร์นิเจอร์โบราณไปนิด ไม่ถูกใจวัยรุ่น ก็เลยใจเย็นไว้ก่อน ประตูห้องติดกับประตูห้องเพื่อนบ้านทำมุม 90 องศาพอดี เหมือนจะห้ามเปิดประตูพร้อมกัน วันที่ไปดูก็เหมือนฟ้าฝนไม่เป็นใจ น้ำท่วมในซอยนั้น ฝนตกหนักมาก อุ๊กก็รบจะกลับบ้านท่าเดียว ไม่ให้ความร่วมมือเลย ไปดูแล้วก็กลับมาคิดอีก แต่ก็ไม่กระตือรือร้นมากนัก ไม่ปิ๊งว่างั้นเหอะ

 

ระหว่างนี้มีพี่ที่ทำงานคนหนึ่งซื้อคอนโดของแอลพีเอ็นที่พหล-สุทธิสาร แกเพิ่งย้ายเข้าไปอยู่ได้ไม่นานและกำลังจะลาออกจากงานพอดี มีการจัดปาร์ตี้ที่บ้านแก ไอ้เราเองได้ยินว่าแอลพีเอ็นจะเปิดให้จองคอนโดโครงการใหม่แถวสะพานควายอีกโครงการหนึ่ง อันนี้น่าคิด เพราะมีรถไฟฟ้าตัวเป็น ๆ ผ่านแล้วจริง ๆ นะเฟ้ย ยังไงซะลงรถไฟฟ้าแล้วเป็นสถานีสะพานควายแน่ ๆ แอลพีเอ็นสะพานควายก็ไม่น่าจะอยู่ไกลจากนั้น รู้มาว่าโครงการนี้จะออกแบบห้องเหมือน ๆ กัน ก็เลยต้องขอไปแจมปาร์ตี้บ้านพี่เขา เพื่อดูให้เห็นกับตาว่าห้องเป็นยังไง อับไหม เพดานต่ำหรือเปล่า ห้องพี่เขาเป็นแบบสองห้องนอน ประมาณ 60 ตารางเมตร  ไปเห็นปุ๊บเราปิ๊งตั้งกะเดินขึ้นลิฟท์ เพราะเขาทำลอบบี้หรูหราดูเป็นคอนโดมีระดับดีจัง พอเข้าในห้องพี่เขาเราแอบกรี๊ดสลบไปเลย คือเขา (ทางโครงการ ไม่ใช่พี่เจ้าของห้อง) จัดพื้นที่ใช้สอยดีมาก ใช้วัสดุก่อสร้างสำหรับพื้นอย่างดี (แบบที่เราชอบอ่ะนะ) ห้องน้ำก็ออกแบบดี มีซอกมุม ทำให้ห้องสี่เหลี่ยมนั้นดูเป็นสัดเป็นส่วน มีระเบียงในห้องนอนและในห้องครัวด้วย โห ออกมาจากบ้านพี่เขาน้ำท่วม เพราะน้ำลายเราหกเป็นทาง ทำยังไงจะได้มีแบบนี้บ้าง แล้วก็บังเกิดความคิดว่า อืมม แอลพีเอ็นนี่แหละวะ ไม่เลว ก็เลยดูใบราคาของโครงการสะพานควาย ราคามันขึ้นไปสามล้านกว่าแล้ว และกำลังจะเริ่มก่อสร้างเหมือนกัน

 

ยังไม่วายขอมองหาคอนโดมือสองอีกหน่อย ก็เราไม่รีบนี่นา อาจมีคนร้อนเงิน ขายถูก ขายถูกมาก หรือขายขาดทุนบ้างไง โจทก์ของเราแค่กำหนดไว้ว่าควรหาให้ได้ภายในห้าปีก่อนที่สัญญาเช่าที่ปัจจุบันจะหมด เพราะหมดแล้วไม่รู้ว่าจะได้ต่อไหม และก็ไม่อยากต่อด้วย อยากได้ที่ใหญ่กว่าเดิมมากกว่า ก็มุ่งมั่นต่อไป นั่งรถเมล์ผ่านอาคารลุมพินีคอนโดวิว ตรงหัวมุมถนนพระรามสี่ หน้าสถานีรถไฟใต้ดินลุมพินี เห็นเขาบอกว่ามีขาย ก็เลยลองโทรไปด้วย ห่างจากที่เดิมไปแค่ 100 เมตร ติดถนนใหญ่ ปรากฎว่ามีห้องสองห้องนอน 60 ตารางเมตร ตกแต่งเสร็จ ขายสี่ล้านสอง จ๊าก แต่ก็เข้าใจอยู่นะ ก็ดูทำเลดิ โห ช่วงนั้นอุตส่าห์ส่งไปรษณียบัตรทายผลบอลโลกกับไทยรัฐเผื่อฟลุคก็ยังไม่เป็นผล

 

ยังค่ะ เราไม่เคยสิ้นหวัง เราหาของเราไปเรื่อย ๆ บนโลกของอินเตอร์เน็ต ตามแบบสาวมั่นที่ไม่ค่อยรู้จักใคร ในที่สุดก็อ่านเจอในเว็บของทางแอลพีเอ็นนี่แหละ ว่าเขาขายคอนโด 60 ตารางเมตร สองห้องนอน ที่แอลพีเอ็น สวนพลู-สาทร ราคาสามล้าน พร้อมตกแต่ง เราก็ติดต่อขอดูห้องทันที อุตส่าห์ฝากอุ๊กไว้กับคุณยาย คนที่ติดต่อทำเหมือนเป็นเจ้าของห้อง แต่คงไม่ใช่ เห็นบอกว่าเป็นของลูกชาย และคนที่เช่าห้องนี้เพิ่งย้ายออกไป เฟอร์นิเจอร์ที่แถมให้มีตู้เย็นเครื่องใหญ่ ทีวี แอร์ เตียง โซฟาสีน้ำตาล บิลท์อินอีกนิดหน่อย สีโปรดซะด้วย เข้ารอบเลยทีเดียว แต่ติดว่าเฟอร์นิเจอร์เป็นสีน้ำตาลเคลือบแล็คเกอร์มันเงา ดูแก่จัง ห้องน้ำดูสกปรกไปหน่อย โซฟาตัวใหญ่เทอะทะเกินความจำเป็น ตอนนั้นนึกในใจว่าถ้าซื้อ เตรียมให้เพื่อนคนที่ทำบิลท์อินมารื้อออกขายให้หมด ติดวอลล์เปเปอร์ใหม่ทั้งห้อง และอีกมากมาย บังเอิ๊ญ แม่คนขายบอกว่า ถ้าซื้อเงินสดก็สามล้านถ้วน จะออกค่าโอนให้ แต่ถ้าจะกู้แบงก์ ให้ออกค่าโอนคนละครึ่ง เราก็เดือดขึ้นมานิดนึง เหมือนดูถูกกันว่าไม่มีเงินสด (ใครมันจะมีเงินสดสามล้านกันหนอ) แล้วก็ทำเหมือนว่าเราไม่มีประสบการณ์เรื่องการซื้อขายคอนโดแบบนี้ว่าค่าโอนต้องออกกันคนละครึ่ง (จริง ๆ เราก็ไม่มีประสบการณ์จริง ๆ ล่ะค่ะ) เป็นอาซิ่มที่ท่าทางแม่ค้าหน่อย ดิฉันนึกไม่ถูกชะตา และเสียดายตังค์ขึ้นมาทันที  แต่สามีบอกเขาว่าชอบและจะติดต่อมาอาทิตย์หน้า

 

ดิฉันยังไม่ลดล่ะ หาจนเจอว่ามีคอนโดสองห้องนอนที่แอลพีเอ็น สวนพลู-สาทร ขายราคาสามล้านเหมือนกัน ก็เลยโทรไปทันที ตอนแรกเขาบอกว่าจะโทรกลับ ทำเหมือนไม่สนใจเราเลย ผ่านไปสองสามวันก็ไม่โทร เราก็จิกไปอีกว่าจะไปดูใ้ห้ได้ เขาคงงงว่าอีนี่บ้าเปล่า ปกติถ้าคนจะขายไม่ยอมสนใจติดต่อกลับมานี้ ก็คิดในใจแล้วว่าอย่าเอาเลยตังค์ฉัน แค่นี้ยังไม่ดูแล แต่ไม่รู้ตอนนั้นคิดยังไง จะดูใ้ห้ได้ ถึงขนาดบอกเขาว่าคุณว่างตอนไหนบอกมา เวลาทำงานก็ได้ ฉันไปได้ทั้งนั้น ฉันไปดูที่นั่นมาแล้วห้องหนึ่ง แต่ยังไม่ถูกใจมาก ราคาเท่ากัน ขอดูห้องของคุณเพื่อเปรียบเทียบหน่อย เขาก็บอกว่าเจ้าของห้องไม่ว่าง เราก็เลยรู้่ว่าอ้อ คุณเป็นนายหน้า ไม่ใช่เจ้าของห้องใช่ไหม ก็ตื๊อจนได้ไปดูห้องตอนสามโมงวันจันทร์ ซิ่งมอเตอร์ไซค์ไปจากที่ทำงานเลย ไปคนเดียวด้วย

 

ลืมบอกว่าคอนโดนี้อยู่ในซอยสวนพลู หรือซอยสาทร 3 ซอยสวนพลูซอย 8 หน้าปากซอยของขายเยอะแยะเลย มีตลาดสดด้วย คล้าย ๆ บ่อนไ่ก่ที่เคยอยู่ เดินไปในซอยก็ไม่ลึกมาก เดินได้ไม่เปลี่ยว ตอนนั้นสิ่งที่คิดคือ สวนพลู ยังไงก็ใกล้กว่าสะพานควาย อย่างน้อยก็ใกล้บ้านพ่อบ้านแม่ ซึ่งอยู่ตรงสวนลุม ใกล้สวนลุม ใกล้ใจกลางเมือง เหมือนชีวิตประจำวันไม่ไ้ดรับผลกระทบจากการเดินทางมากนัก ที่สำคัญสร้างเสร็จแล้วนี่นา ไม่ต้องไปคอยถ่ายรูปตอนลงเสาเข็มหรือตอนที่ห้องยังมีแต่ปูนทรายเป็นถุง ๆ ทำเลไม่เลวเลย สามล้านตรงนี้นับว่าคุ้มกว่าสามล้านตรงสะพานควาย แต่ไหน ๆ ห้องที่นี่กำหนดราคาขายเท่ากัน ก็เลยต้องขอมีตัวเปรียบเทียบนิดหนึ่ง ว่าอันไหนคุ้่มค่าเงินกว่ากันจริง ๆ ไหมคะ

 

เจ้าของห้องเป็นคุณป้าอายุคราวยาย แต่ดูสุขภาพดี ยังสวยปิ๊งอยู่เลย แกอยู่กับคนงานสาวน้อยอีกหนึ่งคน วินาทีแรกที่ก้าวเข้าไปในห้องแก เชื่อไหมคะว่าดิฉันปิ๊งห้องนี้ทันที คุณป้าทำเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินไว้หลายจุดมาก และล้วนเป็นจุดสำคัญที่ตรงตามความต้องการเป๊ะเลย จุดแรกคือตรงซ้ายมือเป็นตู้วางรองเท้า ชั้นวางหนังสือ ชั้นวางทีวี ตู้เสื้อผ้าในห้องนอนทั้งสองห้องบิลท์อินเรียบร้อยติดเพดาน ซึ่งเหมือนที่ใจอยากได้เพราะจะได้ไม่มีฝุ่นหลังตู้ สีเฟอร์ินิเจอร์เป็นสีน้ำตาลเข้มสลับขาว ทำให้ดูหรูหรามาก ที่สำคัญห้องนี้มีบรรยากาศ homely and cosy มาก ๆ คือรู้สึกอบอุ่นสบายเหมือนบ้าน จะมองมุมไหนดูสะอาดตาน่ารักไปหมด มีดอกไม้ รูปถ่ายของสมาชิกในครอบครัว เฟอร์นิเจอร์ชิ้นไม่ใหญ่เทอะทะ ดูน่ารัก ดิฉันนึกในใจว่าห้องนี้ต้องเป็นของเรา โทรบอกสามีให้มาดูด้วยกันตอนเย็นอีกที เพราะไม่อยากตัดสินใจคนเดียว

 

คุณลูกสาวก็มาด้วย คราวนี้เธอเดินไปรอบบ้านราวกับบ้านตัวเอง ไปดูกระจกในห้องนอนเล็กบอกว่าเป็นห้องของเธอนะ ดิฉันไม่ทันได้สังเกตุด้วยซ้ำว่าห้องนี้เป็นห้องมุม เงียบสงบเป็นพิเศษ เห็นวิวโรงแรมสุโขทัยเต็ม ๆ เขียวชอุ่มด้วยต้นไม้ แม้จะรายล้อมด้วยตึกสูงระฟ้า

 

เจ้าของห้องต้องการขายเพราะจะย้ายไปอยู่คอนโดของศุภาลัย ที่เพิ่งสร้างเสร็จอยู่ในซอยเดียวกััน ห่างไปไม่ถึง 100 เมตร เราตกลงทำสัญญาวันรุ่งขึ้นเลย (แม้จะหมายถึงการทุบกระปุกเงินเก็บส่วนตัวทั้งหมด) เพราะถ้าไม่ทำ นายหน้าเขาว่าถ้าเกิดมีคนมาดูแล้วเขาทำสัญญาวางมัดจำก่อนก็ต้องให้เขาไป ก็เข้าใจล่ะเนอะ ชอบเฉย ๆ แต่ไม่มีตังค์วาง เขาก็คงไม่เก็บไว้ให้เรา วันที่ทำสัญญา เราก็ได้กลับมาที้่ห้องอีกครั้ง คราวนี้เป็นตอนสำคัญ เราก็ถามเขาว่าเขาให้เฟอร์นิเจอร์ด้วยไหม คือ บิลท์อินให้อยู่แล้ว ซึ่งคุ้มเหลือเกิน ปรากฎว่าคุณป้ายังให้ชุดรับแขกขนาดพอดี ๆ พร้อมโต๊ะกลาง โต๊ะทานข้าวอย่างดีพร้อมเก้าอี้ 4 ตัวที่สั่งทำพิเศษให้เข้ากับสีเฟอร์นิเจอร์บิลท์อิน โซฟาปรับนอนได้สีครีม สภาพดีมาก ๆ ผ้าม่าน แอร์สามเครื่อง เตียงนอน พร้อมที่นอนในห้องนอนเล็ก เครื่องทำน้ำอุ่น และโต๊ะทานกาแฟเล็ก ๆ ในห้องนอน ประมาณว่าคุ้มมาก ๆ ดิฉันเข้าใจความหมายของคำว่า perfect & lucky อย่างถ่องแท้ก็วันนั้นแหละ คือ มันลงตัวถูกไปทุกอย่าง ทำเล ราคา สภาพ ขนาด เด็ดกว่านั้น คุณป้าออกค่าโอนประมาณห้าหมื่นบาทให้ด้วย ทั้งที่เราก็กู้แบ๊งก์ เราเสียแค่ค่าจดจำนองเป็นเงิน 303 บาทแค่นั้นเอง เพราะคุณป้าย้ายชื่อเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านนี้เกินหนึ่งปี

 

ซื้อคอนโดมือสองคราวนี้ ดิฉันได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่การทำสัญญาซื้อขาย การยื่นขอสินเชื่อสำหรับบ้านมือสอง ซึ่งดิฉันโชคดีที่ทางธนาคารอนุมัติวงเงินกู้ให้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ของราคาประเมิน คือ ราคาซื้อขายกับราคาประเมินนั้นคนละเรื่องกันนะคะ ส่วนมากแล้วราคาประเมินซึ่งทางธนาคารจะเป็นคนส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินนั้นจะต่ำกว่าราคาซื้อขายแน่ ๆ คือคนขายก็ต้องเก็งกำไรบ้าง และคนซื้อก็ต้องโดนตีหัวแตกกันตามธรรมเนียม แต่เชื่อไหมว่า ธนาคารประเมินราคาคอนโดนี้ออกมาสูงกว่าราคาซื้อขายเสียอีก ก็เลยทำให้ได้วงเงินกู้เยอะ

 

โอนเรียบร้อย เราก็พากันเข้าอยู่เลย นับว่าเป็นหนึ่งในอีกความฝันของดิฉันที่เป็นจริงขึ้นมาเสียที ตอนแรกก็ยังเปิ่น ๆ กันอยู่เหมือนกัน เพราะเป็นคอนโดหรูหรา ผู้คนมีระดับ รู้สึกเหมือนเป็นบ้านนอกเข้ากรุงนิดหน่อย แต่ก็ไม่ค่อยได้สุงสิงอะไรกับใครเขาหรอกคะ อยู่กันอย่างมีความสุขตามประสาเรา ๆ แบบมีทุกอย่างตามที่ฝันไว้เลย ไม่ว่าจะเป็นห้องครัวเป็นสัดส่วน มุมดูหนังฟังเพลง มุมทำงาน มุมกินข้าว ห้องนอน ห้องน้ำสวย ๆ อีกอย่างละ 2 ห้อง  สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นเลยส่งรูปมาให้ดูกันด้วย เป็นกำลังใจให้คนหาซื้อบ้านหรือคอนโดมือสองทุกคนค่ะ

 

 

 

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: