Blossom Stories : Enjoy every minute of life

September 3, 2006

My 10 favourite English language songs

Filed under: Lifestyle — blossom2219 @ 10:30 pm

 เป็นคนชอบฟังเพลงค่ะ เมื่อก่อนเคยชอบมากกว่านี้และติดตามวงการเพลงฝรั่งใกล้ชิดกว่านี้ แต่ตอนนี้ทั้งเพลงไทยเพลงหรั่งก็ไม่ค่อยได้ฟังแล้ว โดยเฉพาะเพลงไทยไม่ค่อยฟังเลย เพลงฝรั่งเป็นแหล่งการเรียนภาษาอังกฤษที่ดีอีกอันของเรา เพราะเวลาฟังทีจะสนใจเนื้อหามากว่ามันพูดถึงอะไร ถ้าฟังเพลงนั้นแล้วชอบ แต่ถ้าไม่รู้เนื้อ ร้องตามไม่ได้ ฟังไม่ออก จะหงุดหงิดมาก ก่อนจะลืมเลือนไป อยากจะขอบอกเล่าให้ฟังถึงเพลงฝรั่งที่ชอบมาก ๆ และอยากแนะนำให้ไปหามาฟังกันดู (ถ้าไม่เคยฟังนะคะ) ส่วนมากจะเป็นเพลงเก่าแล้วล่ะ แต่ยังไม่เคยเห็นเพลงสมัยใหม่เพลงไหนเพราะเท่านี้เลย 

 

  1. The One You Love  – Glen Frey

 

เสียงแซคโซโฟนตอนต้นเพลงเด่นมาก มาก ให้ความรู้สึกเซ็กซี่สุด ๆ ถึงแม้ครั้งแรก ๆ ที่ฟังจะยังไม่เข้าใจความหมายของเพลงเพราะภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรง แต่พอเข้าใจเนื้อแล้วยิ่งชอบใหญ่เลย มีประโยคง่าย ๆ กินใจเยอะแยะ เคยเอามาสอนนักเรียนสมัยที่เป็นคุณครูสอนภาษาอังกฤษด้วยนะ ประโยคเด็ดคือ When it comes to love, there’s no easy answer คือพอเป็นเรื่องความรักแล้ว อะไร ๆ ก็ดูยากไปหมดเลย ต้องเลือกระหว่างคนที่เรารักกับคนที่รักเราไง คำถามนี้อมตะเสียจริง ฟังก่อนนอนหรือตอนรถติดแล้วจะสงบเย็นใจดีมาก ๆ

 

  1. Sometimes Love Just Ain’t Enough – Patty Smyth

 

ชื่อเพลงยาวแปลเป็นไทยง่าย ๆ ว่าบางทีแค่รักอย่างเดียวก็ไม่พอ เนื้อเพลงเล่นคำได้สวยงามเหลือเกิน คนร้องก็เสียงดีมาก ๆ มีหลายท่อนที่เพราะมาก เช่น There’s a danger in loving somebody too much การรักใครสักคนมากเกินไปนี่อันตรายนะ And it’s sad when you know it’s your heart you can’t trust เรื่องเศร้าก็คือหัวใจตัวเองนั่นแหละที่ไว้ใจไม่ได้ และประโยคที่เล่นคำร้องทำนองเดียวกันก็คือ And it’s sad when you know it’s your heart they can’t touch เล่นคำว่า trust กับ touch ได้เจ็บปวดมาก ประโยคเด็ดอีกอันจากเพลงนี้ There’s a reason why people don’t stay where they are / who they are คือผู้คนเขามักจะไม่คงที่ไปตลอด ไม่เป็นแบบเดิมไปชั่วชีวิตและก็ไม่อยู่ที่เดิมไปชั่วชีวิต เหมือนความรักจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดแบบนั้นน่ะ แล้วแต่การตีความแต่เป็นเพลงที่ได้ยินทีไรก็ต้องหยุดฟังทุกที

 

  1. Fading Like a Flower – Roxette

วงโปรดขับร้อง วงนี้โด่งดังจากเพลง It must have been love ประกอบหนังเรื่องผู้หญิงบานฉ่ำ นักร้องหญิงจากสวีเดนชื่อมารี เฟร็ดเดอริกสัน เสียงดีมาก ๆ เพลงนี้ได้ฟังครั้งแรกปิ๊งเลย ต่อมาไม่นานก็มีเพลงไทยจากค่ายแกรมมี่ออกมาให้วงไมโครร้อง ทำนองเดียวกันเป๊ะ ดังระเบิดไปเลยครับท่าน ไปลองนึกดูแล้วกันว่าเพลงอะไร เพลงนี้ออกแนวประมาณบัลลาดร็อค ดนตรีหนักแน่นนิดนึง แต่คนร้องเสียงมีพลังมาก และเนื้อเพลงดีมากด้วย ประมาณว่าทุกครั้งที่ต้องแยกจากกัน เธอจะรู้สึกเหมือนจะขาดใจซะให้ได้ ทั้งที่ก็พยายามจะทำใจให้เข้มแข็ง เนื้อเพลงสวยดี เข้าใจง่ายด้วย

 

  1. Losing my religion – R.E.M

เพลงออกตอนปี 90-91 เป็นวงดนตรีแนวอัลเทอร์เนทีฟวงแรก จังหวะสนุก ไม่ถึงกับแด๊นซ์กระจายแบบทุกวันนี้แต่ฟังแล้วสบายอารมณ์ เหมาะกับการขับรถไปทะเล ให้ความรู้สึกครึกครื้น เสียงคนร้องแหบเซ็กซี่ดี เนื้อหาก็ยังไม่เข้าใจทะลุเท่าไหร่ แล้วแต่จะตีความ เคยอ่านหนังสือเพลงที่เอาเพลงนี้มาแปล เขาแปลชื่อเพลงว่า สูญสิ้นแล้วซึ่งความหวังและศรัทธา ประมาณนั้นเลย ก็ยังดีที่ไม่บอกว่าเสียศาสนา เหอ เหอ

 

5 . Foolish Beat – Debbie Gibson

 

อันนี้เก่ามาก สมัยเราเรียน ม.5 ได้มั้ง เห็นพวกเพื่อนที่ฟังเพลงฝรั่งมันชอบกัน แต่โทษทีตอนนั้นเรายังฟังเพลงสากลไม่รู้เรื่องเลย เพิ่งได้มาฟังตอนก่อนเรียนมหาลัยนี่เอง เจ๊คนนี้ป๊อบมากตอนนั้น คงประมาณบริทนีย์ตอนนี้ เวลาไปคาราโอเกะทีไรก็อดจากเอาขึ้นมาร้องไม่ได้ เพราะมันเพราะดี จนเรียกว่าเข้าขั้นคลาสสิคสำหรับเรา เนื้อเพลงท่อนหนึ่งก็น้ำเน่ายุงกัดแทบกันตาย เช่น I could never love again the way I love you , I could never cry again like I did when I left you and when you say good bye … ประมาณเนี้ย วัยรุ่นมาก

 

  1. Where does my heart beat now? – Celine Dion

เพลงนี้มีความหมายพิเศษนิดหนึ่ง ตรงที่นักร้องเป็นชาวควีเบก แคนาดา และออกอัลบั้มชุดนี้ตอนที่เราอยู่แคนาดาพอดี และบังเอิญเราอยู่บ้านใกล้กัน เป็นเพลงภาษาอังกฤษเพลงแรกในชีวิตเธอเลย เพราะก่อนหน้านี่ออกอัลบั้มภาษาฝรั่งเศสมาเป็นสิบชุด เป็นเพลงที่โชว์พลังเสียงเธอมาก ๆ (มีคนเคยเล่าว่าเขาแต่งเพลงนี้ให้วิทนีย์ร้อง แต่วิทนีย์ปฏิเสธ) ทำให้เธอโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเลย หลายคนชอบเพลงอื่นของเขา แต่เราชอบเพลงนี้ที่สุด อยากรู้ว่าเพราะอะไรต้องไปหามาฟังเอานะ

 

  1. Wind Beneath my Wings – Bette Midler

รู้สึกจะเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ซึ่งเราเองก็ไม่ได้ดู แต่กลายเป็นบทเพลงคลาสสิคไปแล้ว เห็นนักร้องไทยหลายคนก็นำมาร้องเป็นเรื่องเป็นราว เนื้อหาเพลงซึ้งมาก พูดถึงคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังและเป็นกำลังใจให้เราตลอดมา ที่เราประทับใจมาก ก็เพราะได้ดูละครซิทคอมของไทยเรื่องหนึ่ง แล้วตอนนั้นเขาเองเพลงนี้มาประกอบ และมีการขึ้นคำบรรยายความหมายเพลงด้วย เราก็อ่านไปดูไป ท่อนที่บอกว่า Did I ever tell you you’re my hero, you’re everything everything I wish I could be and I can fly higher than an eagle, cause you are the wind beneath my wing เขาแปลเป็นกลอนว่า เธอจะรู้หรือไม่ในใจฉัน ว่าเธอนั้นคือผู้ที่ยิ่งใหญ่ ฉันจะบินสู่ฟากฟ้ากว้างไกล เพราะมีเธอพยุงไว้เป็นลมพา ดิฉันน้ำตาไหลพราก ๆ เลย โดนมาก ขออภัยที่ไม่ทราบว่าใครแปล แต่ท่านสุดยอดเลยค่ะ

 

  1. Seal Our Fate – Gloria Estefan

เพลงนี้เป็นเพลงที่เคยใช้ประกอบโฆษณาเป๊บซี่ที่มีเด็กนักเรียนชายนั่งในห้องเรียนแล้วมีนักร้องหญิงคนนี้เป็นครูสอนอยู่หน้าชั้น ดูแล้วก็ไม่ได้อินอะไรหรอก เน้นความซ่าส์ของเครื่องดื่มละมัง แต่พอได้อ่านเนื้อเพลงแล้วรู้สึกดีมาก มีประโยคอมตะหลายประโยค แค่ชื่อเพลงก็โดนแล้ว คือ บอกว่าปิดโชคชะตาเราไว้  ในเนื้อเพลงจะบอกต่อว่าปิดไว้ด้วยทางเลือกที่เราเลือกเอง เวลาจะต้องเสี่ยงอะไรอย่าได้ลังเล It’s always harder to do something right, sometimes one bad decision can mess up your life เป็นไงล่ะ ประมาณนี้เลย Opportunity won’t knock twice, put off until tomorrow but tomorrow might never come โดนมาก ๆ สำหรับเราเลย

 

  1. Hero – Mariah Carey

หลายคนคงรู้จัก เพราะเจ๊แกดังไม่หยอก เพลงนี้เนื้อหาดีเหลือเกิน เป็นแรงบันดาลใจและให้กำลังใจทุกคนได้อย่างดี หยิบมาฟังได้ทุกวัน ถ้าทุกคนเข้าใจความหมายก็จะรู้ว่าเนื้อหามันกินใจหนักแน่นมาก แต่ก็เข้าใจง่าย ไม่ถึงกับต้องเปิดดิกกันทุกคำ ท่อนที่เราชอบมากก็คือที่เขาบอกว่า and when you feel like hope is gone, look inside you and be strong and you’ll finally see the truth and a hero lies in you คือเมื่อไหร่นึกท้อแท้สิ้นหวังให้มองในตัวเองและเข้มแข็งไว้ แล้วจะได้เห็นว่าวีรบุรุษที่แท้จริงอยู่ในตัวเรานั่นเอง  โห อึ้งไปเลยมุมมองของเขา ท่อนกลางเพลงก็ชอบที่บอกว่า dreams are hard to follow but don’t let anyone take them away ถึงความฝันมันจะยากเย็นแสนเข็ญขนาดไหนที่จะไปให้ถึง ก็จงอย่าให้ใครมาเอามันไปจากเรา ให้ตามความฝันว่างั้นเถอะ โดนใจมากเลย

 

  1. How do I live – Trisha Yearwood

เพลงประกอบหนังเรื่องเที่ยวบินนรกที่ฆ่ากันกระหน่ำ แต่เพลงซึ้งจับใจ ไปคาราโอเกะทีไรไม่เคยพลาดสักที เนื้อเพลงอ่อนหวาน โรแมนติก ผู้หญิงมาก ๆ พอมาประกอบฉากซึ้งในหนังทำเอาเราน้ำตาท่วมทุกทีซิน่า มีคนล้อทุกทีว่าดูหนังแอ็คชั่นขนาดนี้ ร้องไห้ได้ยังไง ไม่เห็นจะเศร้าตรงไหน ก็ลองไปหาหนังเรื่อง Con Air มาดูกันแล้วกัน แล้วตั้งใจฟังตอนเพลงขึ้นเถอะ

 

แหมชักอยากไปคาราโอเกะกับเขาบ้างแล้วสิ🙂

 

 

 

1 Comment »

  1. เข้ามายืนยันครับว่า แม่(มึง) อิ อิ  ชอบมั่ก ๆ
    อ้ายเราก็ชอบถามอ่ะ ว่ามานนน ร้องว่าอะไรหว่า (ฟังไม่ออก 55555)

    Comment by ekarin — September 4, 2006 @ 2:42 pm | Reply


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: