Blossom Stories : Enjoy every minute of life

April 4, 2006

29 มีนาคม 2549

Filed under: Uncategorized — blossom2219 @ 3:35 pm

วันสุดท้ายของการอบรม เหมือนใกล้จะได้กลับบ้านเต็มที บรรยากาศเลยกระฉับกระเฉงกระเตื้องขึ้นมาหน่อย โปรแกรมการเรียนก็ตรงตามเวลาทั้งเรื่องการจัดซื้อและการประมวลผล ไม่มีคำถาม แบบว่าอยากรีบเรียนรีบจบ แอบรำคาญอีตาคนทึ่เรียนด้วยกันเล็กน้อย แบบว่าช่างเป็นเจ้าหนูจำไมเหลือเกิน และสำเนียงการพูดของพี่แกฟังแล้วอยากลืมให้ลง เพราะมันเหมือนกับอีตาหมอที่เราโคตรจะเกลียด (ใครรู้ยกมือเร็ว) มื้อเที่ยงวันนี้จ่ายไป 500 เพโซด้วยอาหารอิตาเลียนสมใจ ตอนบ่ายตบท้ายด้วยการทบทวนเรื่อง HR Management อีกนิดหน่อย ซึ่งเราแอบโดดมา MSN แป็บนึง ก็แหม ประมาณว่ารู้เกือบหมดแล้วอ่ะ แต่ก็ได้ถามเรื่องที่ยังไม่รู้ (เพราะยังไม่เคยเจอ) เหมือนกัน ถึงกระนั้นฝ่ายบุคคลก็อุตส่าห์แถมให้จนถึงเกือบสี่โมง นึกว่าจะได้กลับบ้านเร็ว มีคุณหมอฝรั่งเศสโทรมาในห้อง MHRO เลยว่าเรากลับไปหรือยัง อยากจะเจอเราก่อนกลับ แหม ป๊อปปูล่าประมาณนั้น จริง ๆ ไม่ได้อะไรหรอก แกคงอยากคุยภาษาฝรั่งเศสกับเราเท่านั้นแหละ กว่าจะได้กลับที่พักจริง ๆ ก็ห้าโมงเย็น

 

สาวจากแผนกอบรมชื่อแอนตกลงจะพาเราไปซื้อของที่กลอเรียตต้าอีก เพราะเราบอกว่าอยากซื้อหนังสือกับรองเท้าไปฝากลูก เราขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องก่อนเพราะใส่ส้นสูงเดินไม่ไหวแล้ว ได้ช้อปสมใจและกินพิซซ่าตบท้าย เขาเลี้ยงอีกแล้วครับท่าน เราก็อยากจะช่วยออกเพราะเขาอุตส่าห์พามา แต่เขาไม่ยอมอ่ะ เขาพานั่งแท็กซี่มาส่งถึงที่พัก ร่ำลาน้ำตาซึม เขาเป็นคนน่ารักมาก ๆ  คนหนึ่งเลยล่ะ

 

หลังจากเม้าท์บ้านเมืองเขามาเยอะ ขอแสดงความชื่นชมนิดนึงเถอะนะ คือผู้คนบ้านเขาจะพูดภาษาอังกฤษ (สำเนียงฟิลิปปินส์ ฮา) ได้กันถ้วนหน้า ไม่ว่า รปภ คนขับแท็กซี่ โดยเฉพาะ รปภ ในห้าง ขอเล่าหน่อยเหอะ ว่าเขามีความพยายามในการให้ความช่วยเหลือมาก ตอนเราไปเดินห้างแล้วถามว่าร้านหนังสืออยู่ไหน เขาก็หยิบโพยเล่มเล็กขึ้นมาเปิดหาชื่อร้านทันที ซึ่งก็จะมีโลเกชั่นบอกไว้ข้างท้ายว่าอยู่ชั้นไหน โซนไหน เราไปถามหาร้านอาหารชื่อโทนี่ โรมา พี่แกก็เปิดโพยเลยและก็เจอด้วยนะว่าอยู่จีบี แต่เขาก็ทำหน้าเศร้าบอกเราว่า ปัญหาคือเขาไม่รู้ว่าไอ้ จีบี เนี่ยมันอยู่ตรงไหน แป่ว แต่เอาเหอะ เราให้คะแนนเต็มเรื่องความพยายาม อีกอย่างคือเรื่องความปลอดภัย เวลาเดินเข้าห้างทุกห้าง เขาตรวจกระเป๋าถือทุกคนเลย ก็ดูปลอดภัยดีนะว่าไม่มีตูมตามขึ้นมาแน่ อีกอย่างคือเรื่องโคดดิ้งการจราจร อันนี้ไม่เลว เพื่อนที่ทำงานบอกกว่าวันนี้เขาไม่ได้เอารถมาเพราะติดโค้ด เราก็อะไรวะ เขาก็บอกว่าป้ายทะเบียนรถเขาลงท้ายด้วย 5 ซึ่งแปลว่าเขาไม่สามารถเอารถออกมาใช้ระหว่างเจ็ดโมงเช้าถือหนึ่งทุ่มในวันพุธได้ ต้องจอดไว้เฉย ๆ ช่วยบรรเทาปัญหาการจราจร ถึงใครจะว่าไอ้พวกคนรวยจะมีหลายคัน มันก็เอาคันอื่นมาได้ แต่เราว่ามันก็เวิร์คในระดับหนึ่งนะ ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

 

คืนนั้นกลับบ้านด้วยอาการเจ็บคอเหมือนจะเริ่มเป็นไข้ ลืมบอกว่าอยู่ที่นี้ได้กินน้ำน้อยเหลือเกิน อะไรจะขาดแคลนปานนั้นก็ไม่รู้ คือ ที่ทำงานไม่มีห้องกินข้าว ที่ชงกาแฟก็ไม่มี แก้วน้ำก็ไม่มี เลยไม่ค่อยได้กิน ไอ้ครั้นจะกินจริง ๆ ก็ต้องลงมาที่สตาร์บัค ซึ่งเราก็ไม่ใช่คอกาแฟ จะกินทำไมให้นอนไม่หลับ กินน้ำน้อยและก็ต้องพูดเยอะเพราะต้องถกเถียงกับครูผู้สอน เลยคอเจ็บมั้ง แช่น้ำอุ่นจัดในอ่างไปเกือบชั่วโมง ตามด้วยน้ำร้อนที่ฝักบัวอีก ก่อนนอนแอบเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า ดีใจว่าคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายในมากาติแล้ว พรุ่งนี้ก็จะได้กลับบ้านเสียที

 

ถึงห้องพักเราจะแสนหรูแสนสบาย (ลืมบอกว่าอยู่ชั้น 18 ของอาคาร 30 ชั้น) แต่ที่ไหนจะเลยจะเหมือนบ้านเราเนอะ ห้องเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความทรงจำ คิดถึงอุ๊ก อุ๊ก และพ่อมันมาก ๆ เลย ถึงจะไม่เคยได้นอนเต็มอิ่มมาเกือบ 3 ปีตั้งแต่ลูกเกิด แต่ก็รู้สึกว่าเขาทำให้ชีวิตเราสมบูรณ์แบบ คิดถึงเสียงใส ๆ หน้าตาเอาจริงเอาจัง กลิ่นหอม ๆ (เพราะเธอชอบพอกแป้ง) และหน้าตาบูดเบ้เวลาเธอตั้งท่าร้องไห้ พรุ่งนี้ก็จะได้เจอกันแล้วคนสวยของแม่

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: